ผลการปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงาน : 07000000

Home Home SED

มิติที่ 1 ด้านประสิทธิผลตามพันธกิจ

(1) สตรีในช่วงอายุ ๓๐ - ๖๐ ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

มิติที่ ๑.๖ - ปลอดโรคคนเมือง อาหารปลอดภัย เป้าหมายที่ ๑.๖.๑ คนกรุงเทพฯ มีสุขภาวะทางกายและจิต มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ไม่มีภาวะเจ็บป่วยจาก โร
สตรีในช่วงอายุ ๓๐ - ๖๐ ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

หน่วยนับ :คน/ปี

เป้าหมาย :15,000.00

ผลงาน :16,441.00

ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(คน/ปี)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
254.00

100 / 100
2
4,727.00

100 / 100
3
9,308.00

100 / 100
4
16,441.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

จำนวนสตรีที่ได้รับบริการตรวจมะเร็งปากมดลูก จำนวนทั้งสิ้น 254 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ บริเวณต่างๆของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ โดยมีประชาชนที่ได้รับการตรวจคัดกรองจำนวน 4,727 ราย ผิดปกติ จำนวน 84 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ บริเวณต่างๆของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ โดยมีประชาชนที่ได้รับการตรวจคัดกรองจำนวน 9,308 ราย ผิดปกติ จำนวน 188 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-1. โรงพยาบาลกลาง ดำเนินการตรวจมะเร็ง ปากมดลูก ณ ห้องตรวจผู้ป่วยสูติ-นรีเวชกรรม ชั้น 3 อาคารอนุสรณ์ 100 ปี โรงพยาบาลกลาง (ในวันราชการ เวลา 08.00 – 12.00 น.) และดำเนินการ ประชาสัมพันธ์โดยการแจกแผ่นพับ เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกให้แก่สตรีผู้มารับบริการ ติดป้ายประชาสัมพันธ์ บริเวณหน้าลิฟต์ และบริเวณ OPD สูติ-นรีเวชกรรม และดำเนินการในเชิงรุกโดยมีการประชาสัมพันธ์ให้กับ ผู้ป่วยนอก (OPD : Out Patient Department) ตามกลุ่มงานต่างๆ เพื่อเชิญชวนและรับรู้ข่าวสารในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และจัดสัปดาห์รณรงค์ป้องกันมะเร็งปากมดลูกในวันที่ 5 - 9 สิงหาคม 2562 และมีการ ให้ความรู้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ ผู้มารับบริการในโรงพยาบาลโดยสูติ-นรีแพทย์ และดำเนินการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกให้กับบุคลากรของโรงพยาบาลกลาง มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลกลาง จำนวน 3,481 ราย ผิดปกติ 43 ราย 2. โรงพยาบาลตากสิน ดำเนินการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ คลินิกเวชกรรมทั่วไป บริเวณห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอกสูติ-นรีเวชกรรม ชั้น 2 อาคารสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 17 ชั้น (ในวันราชการ เวลา 08.00 – 12.00 น.) มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในโรงพยาบาลตากสิน จำนวน 3,362 ราย ผิดปกติ 63 ราย 3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ดำเนินการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยทำ Pap Smear ตามเกณฑ์ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ณ คลินิก นรีเวชกรรม ชั้น 3 อาคาร 72 พรรษา มหาราชินี (ในวันราชการ เวลา 08.00 – 11.00 น.) และดำเนินการประชาสัมพันธ์ โดยการแจกแผ่นพับเรื่องมะเร็งปากมดลูก ติดป้าย ประชาสัมพันธ์หน้าห้องตรวจ และประกาศเสียงตามสายทุกวัน ในเวลาราชการ มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จำนวน 4,148 ราย ผิดปกติ 122 ราย 4. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ ดำเนินการจัดกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ และดำเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ความรู้การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยแจกเอกสาร แผ่นพับ เพื่อให้ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก ณ บริเวณห้องตรวจสูติ- นรีเวชกรรม ให้แก่ประชาชนผู้มารับบริการ ญาติ และดำเนินการจัดให้บริการตรวจพิเศษ โดยวิธี colposcope และมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ารับบริการ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกทางสื่อต่างๆ อาทิ แผ่นพับ เว็บไซต์ Facebook โรงพยาบาล และติดบอร์ดประชาสัมพันธ์ และดำเนินการจัดกิจกรรมรณรงค์การตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก ในวันที่ 17 – 21 มิถุนายน 2562 ณ โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ และดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับ ผู้มารับบริการบริเวณห้องสูติ-นรีเวชกรรม และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ในหัวข้อ “มะเร็งปากมดลูกรู้ก่อนป้องกันได้” ให้แก่บุคลากรในโรงพยาบาล ในวันที่ 14 สิงหาคม 2562 มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ จำนวน 1,032 ราย ผิดปกติ 18 ราย 5. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ดำเนินการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่แผนกสูตินรีเวชกรรม (วันพุธและวันศุกร์ เวลา 08.00 – 12.00 น.) และดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่และผู้รับบริการรับทราบ ติดป้ายประชาสัมพันธ์ บริเวณหน้าแผนกสูติ-นรีเวชกรรม และภายในโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ จำนวน 629 ราย ผิดปกติ 17 ราย 6. โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ดำเนินการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในคลินิกนรีเวช (ในเวลาราชการทุกวันอังคารและวันศุกร์ และนอกเวลาราชการทุกวันอังคาร เวลา 08.00 – 12.00 น.) มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร จำนวน 180 ราย ผิดปกติ 13 ราย 7. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ดำเนินการตรวจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ คลินิกสูตินรีเวชกรรม (ในวันราชการ เวลา 08.00 – 12.00 น.) และดำเนินการให้บริการตรวจมะเร็งปากมดลูกโดยวิธีการตรวจเซลล์วิทยาของปากมดลูก (Cervical Cytology) แบบ (Conventional Papanicolaou Smear) มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ จำนวน 1,018 ราย ผิดปกติ 19 ราย 8. โรงพยาบาลสิรินธร ดำเนินงานตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ ห้องตรวจสูตินรีเวช (ในวันราชการ เวลา 08.00 – 12.00 น.) และจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับ เวชศาสตร์ชุมชน โดยการร่วมออกหน่วยดูแลสุขภาพประชาชน และประชาสัมพันธ์ทาง Facebook โรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลสิรินธร จำนวน 2,591 ราย ผิดปกติ 56 ราย รวมจำนวนสตรีในช่วงอายุ 30 – 60 ปี ที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จำนวน 16,441 ราย พบผิดปกติ 351 ราย โดยในรายที่พบความผิดปกติ จะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องต่อไป

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(2) ความสำเร็จของสถานพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครที่มีบริการแพทย์แผนไทย/แพทย์ทางเลือก
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

มิติที่ ๑.๖ - ปลอดโรคคนเมือง อาหารปลอดภัยเป้าหมายที่ ๑.๖.๑ คนกรุงเทพฯ มีสุขภาวะทางกายและจิต มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ไม่มีภาวะเจ็บป่วยจาก โร
ความสำเร็จของสถานพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครที่มีบริการแพทย์แผนไทย/แพทย์ทางเลือก

หน่วยนับ :แห่ง

เป้าหมาย :8.00

ผลงาน :8.00

ประเภทตัวชี้วัด : ตัวชี้วัดงานประจำ
(ตัวชี้วัดระดับผลผลิต (output))


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(แห่ง)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
8.00

100 / 100
3
8.00

100 / 100
4
8.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

สำนักการแพทย์ให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยสนับสนุนให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่ง มีการพัฒนาการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย โดยในปี 2562 เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน และโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ชุตินฺธ โรอุทิศ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-สำนักการแพทย์ให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยสนับสนุนให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่ง มีการพัฒนาการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย โดยในปี 2562 เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน และโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ชุตินฺธ โรอุทิศ อยู่ระหว่างดำเนินการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-สำนักการแพทย์ให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยสนับสนุนให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่ง มีการพัฒนาการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย โดยในปี 2562 เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน และโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ชุตินฺธ โรอุทิศ อยู่ระหว่างดำเนินการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยสนับสนุน ให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่ง มีการพัฒนาการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของโรงพยาบาลในสังกัด สำนักการแพทย์ ตามคำสั่งสำนักการแพทย์ที่ 665/2561 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 เพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาระบบบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยในปี 2561 เปิดบริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาล เวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลสิรินธร และโรงพยาบาลผู้สูงอายุ บางขุนเทียน ทั้งนี้ในปี 2562 โรงพยาบาล หลวงพ่อทวีศักดิ์ชุตินฺธโร อุทิศ มีการดำเนินการจัดตั้งคลินิกแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก และเปิดให้บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ในเวลาราชการ 08.00 – 16.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ เรือนศิริวรรณ โดยมีบริการให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพด้านแพทย์แผนไทย ตรวจวินิจฉัยโรคและให้การรักษา นวด ประคบสมุนไพร นวดและประคบสมุนไพร อบสมุนไพร จ่ายยาสมุนไพร และฝังเข็มและกระตุ้นไฟฟ้า มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,555 ราย 4,248 ครั้ง - การฝังเข็ม 141 ราย 141 ครั้ง สรุปผลการดำเนินงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ทั้ง 7 แห่ง รายละเอียดดังนี้ 1. โรงพยาบาลกลาง จัดให้มีบริการตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยจัดให้บริการการแพทย์ แผนไทย ประกอบด้วย การนวด การประคบสมุนไพร การอบสมุนไพร และยาสมุนไพร ณ ศาลาไทย ชั้น 1 และบริการแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นแพทย์แผนจีน การฝังเข็ม ณ คลินิกฝังเข็ม ตึกกายภาพบำบัด เปิดให้บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ในเวลาราชการ 08.00 – 16.00 น. และ 16.00 – 20.00 น. (หยุดนักขัตฤกษ์) มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 3,915 ราย 8,640 ครั้ง - การฝังเข็ม 654 ราย 1,346 ครั้ง 2. โรงพยาบาลตากสิน เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 จัดให้มีบริการการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกแก่ผู้มารับบริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ในเวลาราชการ 08.00 – 16.00 น. ณ บริเวณเรือนตากสินปิยรักษ์ ชั้น 6A โดยการนำศาสตร์แห่งภูมิปัญญาไทยและแผนจีน มาผสมผสาน ใช้เป็นเครื่องมือใน การดูแลบำบัด รักษา ฟื้นฟู สุขภาพ มีการให้บริการ ประกอบด้วย ยาไทย สมุนไพรไทย การนวดประคบ การฝังเข็ม มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,200 ราย 3,381 ครั้ง - การฝังเข็ม 953 ราย 5,211 ครั้ง 3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เปิดให้บริการคลินิกฝังเข็มและคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ในเวลาราชการ 08.00 - 16.00 น. ณ ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชั้น 5 อาคารอนุสรณ์ 20 ปี โดยมีบริการตรวจ วินิจฉัย การรักษาด้วยการฝังเข็ม(แพทย์แผนจีน) การครอบแก้ว การรมยา การจ่ายยาสมุนไพรตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ให้การรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย การนวดรักษาแบบราชสำนัก การอบสมุนไพรและการจ่ายยาสมุนไพรไทย มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,044 ราย 3,837 ครั้ง - การฝังเข็ม 1,830 ราย 7,990 ครั้ง 4. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ จัดให้ บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก (ฝังเข็ม) เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 โดยมีบริการการซักประวัติและ ตรวจร่างกาย นวดเพื่อบำบัดรักษา และจ่ายยาสมุนไพร ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ ชั้น 5 ห้องสามัญชาย 6 มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,030 ราย 2,759 ครั้ง - การฝังเข็ม 131 ราย 285 ครั้ง 5. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ จัดให้มีบริการตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกให้บริการแก่บุคคลทั่วไป มีการบูรณาการงานบริการร่วมกับสาขาหลัก บริเวณชั้น 1 ณ อาคารอายุบวร เปิดให้บริการวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 2,148 ราย 4,711 ครั้ง - การฝังเข็ม 5,689 ราย 11,676 ครั้ง 6. โรงพยาบาลสิรินธร จัดให้บริการแพทย์แผนไทย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 โดยมีบริการตรวจร่างกาย นวดประคบ ประคบสมุนไพร แนะนำยาสมุนไพร และโภชนาการ และเปิดบริการแพทย์ทางเลือก (ฝังเข็ม) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ อาคารโรงพยาบาล ชั้น 2 มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,414 ราย 4,996 ครั้ง - การฝังเข็ม 1,208 ราย 6,535 ครั้ง 7. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน จัดให้ บริการเวชกรรมฟื้นฟู การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2560 โดยแพทย์แผนไทยให้บริการนวดรักษา ประคบสมุนไพร อบสมุนไพร ยาสมุนไพร และให้คำแนะนำ ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. และแพทย์ทางเลือกให้บริการฝังเข็ม ครอบแก้ว กระตุ้นไฟฟ้า โคมร้อน รมยา และให้คำแนะนำ ทุกวันอังคาร - วันพุธ เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ ใต้อาคารผู้ป่วยนอกชั่วคราว มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,644 ราย 5,996 ครั้ง - การฝังเข็ม 1,468 ราย 7,396 ครั้ง โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์เปิดให้บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในปี 2562 เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 8 แห่ง

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(3) อัตราความสําเร็จการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

มิติที่ ๑.๖ - ปลอดโรคคนเมือง อาหารปลอดภัยเป้าหมายที่ ๑.๖.๒ โรคติดต่อที่สำคัญในเมืองได้รับการเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้ระบาดไปในวงกว้าง
อัตราความสําเร็จการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :85.00

ผลงาน :88.98

ประเภทตัวชี้วัด : ตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์
(ตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์ (outcome))


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
93.94

100 / 100
3
85.68

100 / 100
4
88.98

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

อยู่ระหว่างเตรียมประชุมคณะกรรมการพัฒนาการรักษาวัณโรคของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ครั้งที่ 1/2560 เพื่อวางแผนในการดำเนินงานในปี 2562 ต่อไป

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-อัตราผลสำเร็จในการรักษาวัณโรคปอดรายใหม่(Success Rate) ของโรงพยาบาลในสังกัด ทั้ง 8 แห่ง ในภาพรวมเท่ากับร้อยละ 93.94 ดังนี้ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 110ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 155 ราย คิดเป็นร้อยละ 93.94

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-อัตราผลสำเร็จในการรักษาวัณโรคปอดรายใหม่(Success Rate) ของโรงพยาบาลในสังกัด ทั้ง 8 แห่ง ในภาพรวมเท่ากับร้อยละ 85.68 ดังนี้ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 370 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 317 ราย คิดเป็นร้อยละ 85.68

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่งได้มีการดำเนินการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาวัณโรค โดยมีการประชุมหารือแนวทางในการส่งต่อผู้ป่วยวัณโรคระหว่างโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย จำนวน 2 ครั้ง - ครั้งที่ 1 วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุม แพทยพัฒน์ ชั้น 5 สำนักการแพทย์ - ครั้งที่ 2 วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม แพทยพัฒน์ ชั้น 5 สำนักการแพทย์ สรุปอัตราผลสำเร็จในการรักษา (Success Rate) ของโรงพยาบาลในสังกัด ทั้ง 8 แห่ง ในภาพรวมเท่ากับร้อยละ 88.98 ดังนี้ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 762 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 678 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.98 โรงพยาบาลกลาง ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 204 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 177 ราย คิดเป็นร้อยละ 86.76 โรงพยาบาลตากสิน ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 99 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 88 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.89 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 96 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 89 ราย คิดเป็นร้อยละ 92.71 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 43 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 38 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.37 โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 42 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 37 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.10 โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 40 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 36 ราย คิดเป็นร้อยละ 90.00 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 93 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 81 ราย คิดเป็นร้อยละ 87.10 โรงพยาบาลสิรินธร ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 145 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 132 ราย คิดเป็นร้อยละ 91.25 สรุปภาพรวมผลสำเร็จของการรักษาผู้ป่วยวัณโรค คิดเป็นร้อยละ 88.98

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(4) ความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการให้บริการของโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

มิติที่ ๑.๖ - ปลอดโรคคนเมือง อาหารปลอดภัยเป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
ความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการให้บริการของโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :90.00

ผลงาน :95.68

ประเภทตัวชี้วัด : ตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์
(ตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์ (outcome))


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
94.14

100 / 100
3
94.87

100 / 100
4
95.68

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

ส่วนราชการในสังกัดสำนักการแพทย์ดำเนินการทอดแบบสอบให้กับผู้รับบริการในโรงพยาบาลในสังกัด

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-สำนักการแพทย์ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง เพื่อให้ผู้รับบริการได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้บริการของโรงพยาบาลในด้านต่างๆ แล้วนำผลสำรวจความพึงพอใจ ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น มาพัฒนางานด้านบริการต่อไป ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดังนี้ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 92.90 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 95.73 คิดเป็นร้อยละ 94.14

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-สำนักการแพทย์ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง เพื่อให้ผู้รับบริการได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้บริการของโรงพยาบาลในด้านต่างๆ แล้วนำผลสำรวจความพึงพอใจ ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น มาพัฒนางานด้านบริการต่อไป ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดังนี้ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 94.12 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 95.63 คิดเป็นร้อยละ 94.87

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ได้ดำเนินการสำรวจความ พึงพอใจผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง เพื่อให้ผู้รับบริการได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้บริการของโรงพยาบาลในด้านต่างๆ แล้วนำผลสำรวจความพึงพอใจ ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น มาพัฒนางานด้านบริการต่อไป ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 - 31 สิงหาคม 2562 ดังนี้ โรงพยาบาลกลาง ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 96.87 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 95.56 โรงพยาบาลตากสิน ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 95.51 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 99.24 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 94.47 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 98.20 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 98.42 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 98.51 โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 92.36 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 97.55 โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 87.75 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 97.54 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 91.71 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 95.16 โรงพยาบาลสิรินธร ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 93.94 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 96.09 โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 96.52 โรงพยาบาลคลองสามวา ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 93.77 โดยรวมเฉลี่ย ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 94.13 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 97.23

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(5) จำนวนของนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้งานจริงมากกว่า 1 ส่วนราชการ
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

มิติที่ ๑.๖ - ปลอดโรคคนเมือง อาหารปลอดภัยเป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
จำนวนของนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้งานจริงมากกว่า 1 ส่วนราชการ

หน่วยนับ :เรื่อง

เป้าหมาย :4.00

ผลงาน :6.00

ประเภทตัวชี้วัด : ตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์
(ตัวชี้วัดระดับผลผลิต (output))


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(เรื่อง)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
7.00

100 / 100
2
7.00

100 / 100
3
6.00

100 / 100
4
6.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

ดำเนินการประชุมเพื่อนำเสนอผลงานนวัตกรรมที่นำเสนอในการสัมมนาวิชาการประจำปี สำนักการแพทย์ ครั้งที่ 16 จำนวน 20 ผลงาน และมีการเลือกผลงานนวัตกรรมที่จะนำไปใช้งานในส่วนราชการ ซึ่งประชุมไปเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 โดยผลงานนวัตกรรมที่จะนำไปงานจริง จำนวน 7 ผลงาน ดังนี้ 1. Safety Restrain โรงพยาบาลกลาง 2. ฉลากยาใช้ง่ายใส่ใจผู้สูงอายุ โรงพยาบาลสิรินธร 3. อุปกรณ์ช่วยจัดท่าถ่ายภาพรังสีข้อเข่าหลังผ่าตัด โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 4. อมแล้วชาพาสบาย โรงพยาบาลกลาง 5.High Alert Drug Card โรงพยาบาลสิรินธร 6. เงือกน้อยปกป้องลูกรัก โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร 7. Y for bladder irrigation โรงพยาบาลราชพิพัฒน์

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-อยู่ระหว่างการดำเนินการให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ นำผลงานนวัตกรรมที่ได้คัดเลือกไปงานจริง

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-1. Safety Restrain ผลงานของโรงพยาบาลกลาง ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 1.1 โรงพยาบาลตากสิน 1.2 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 1.3 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธฺโร อุทิศ 1.4 โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 1.5 โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร 1.6 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 1.7 โรงพยาบาลสิรินธร 1.8 โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน 2. ฉลากยาใช้ง่ายใส่ใจผู้สูงอายุ ผลงานของโรงพยาบาลสิรินธร ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 2.1 โรงพยาบาลกลาง 2.2 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 2.3 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธฺโร อุทิศ 2.4 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 2.5 โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน 2.6 โรงพยาบาลคลองสามวา 3. อุปกรณ์ช่วยจัดท่าถ่ายภาพรังสีข้อเข่าหลังผ่าตัด ผลงานของโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 3.1 โรงพยาบาลกลาง 4. อมแล้วชาพาสบาย ผลงานของโรงพยาบาลกลาง ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 4.1 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 5. High Alert Drug Card ผลงานของโรงพยาบาลสิรินธร ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 5.1 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 5.2 โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 5.3 โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร 5.4 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 5.5 โรงพยาบาลคลองสามวา 6. เงือกน้อยปกป้องลูกรัก ผลงานของโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 6.1 โรงพยาบาลตากสิน 6.2 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธฺโร อุทิศ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ ได้มีการคัดเลือกผลงานนวัตกรรมจากโครงการสัมมนาวิชาการประจำปี ครั้งที่ 17 สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดยมีการร่วมประชุมระหว่างผู้ใช้นวัตกรรมและเจ้าของผลงานนวัตกรรม จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ - ครั้งที่ 1 วันที่ 29 ตุลาคม 2561 ณ ห้องประชุมแพทยพัฒน์ ชั้น 5 สำนักการแพทย์ - ครั้งที่ 2 วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ณ ห้องประชุมพิทยรักษ์ ชั้น 4 สำนักการแพทย์ - ครั้งที่ 3 วันที่ 6 ธันวาคม 2561 ณ ห้องประชุม 220 ชั้น 2 ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) เพื่อนำผลงานนวัตกรรมที่ได้รับการคัดเลือกไปใช้ในส่วนราชการของสำนักการแพทย์ โดยส่วนราชการได้มีการนำผลงานนวัตกรรมไปใช้ จำนวน 6 ผลงาน ได้แก่ 1. Safety Restrain โรงพยาบาลกลาง 2. ฉลากยาใช้ง่ายใส่ใจผู้สูงอายุ โรงพยาบาลสิรินธร 3. อุปกรณ์ช่วยจัดท่าถ่ายภาพรังสีข้อเข่าหลังผ่าตัด โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 4. อมแล้วชาพาสบาย โรงพยาบาลกลาง 5. High Alert Drug Card โรงพยาบาลสิรินธร 6. เงือกน้อยปกป้องลูกรัก โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร หลังจากส่วนราชการนำผลงานนวัตกรรมไปใช้ ได้มีการประเมินความพึงพอใจในภาพรวม (คะแนนเต็ม ร้อยละ 100) ดังนี้ 1. Safety Restrain โรงพยาบาลกลาง ความพึงพอใจ ร้อยละ 84.67 2. ฉลากยาใช้ง่ายใส่ใจผู้สูงอายุ โรงพยาบาลสิรินธร ความพึงพอใจ ร้อยละ 86.63 3. อุปกรณ์ช่วยจัดท่าถ่ายภาพรังสีข้อเข่าหลังผ่าตัด โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ความพึงพอใจ ร้อยละ 83.33 4. อมแล้วชาพาสบาย โรงพยาบาลกลาง ความพึงพอใจ ร้อยละ 94.33 5. High Alert Drug Card โรงพยาบาลสิรินธร ความพึงพอใจ ร้อยละ 81.95 6. เงือกน้อยปกป้องลูกรัก โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ความพึงพอใจ ร้อยละ 92.09 ความพึงพอใจในภาพรวม ร้อยละ 83.84

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(6) ร้อยละความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วยโรคที่สำคัญ
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

มิติที่ ๑.๖ - ปลอดโรคคนเมือง อาหารปลอดภัยเป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
ร้อยละความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วยโรคที่สำคัญ

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :93.00

ผลงาน :96.09

ประเภทตัวชี้วัด : ตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์
(ตัวชี้วัดระดับผลผลิต (output))


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
97.39

100 / 100
2
92.12

100 / 100
3
96.52

100 / 100
4
96.09

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

การส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลมีความสำคัญและจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง กระบวนการส่งต่อจะต้องประสิทธิภาพ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจก่อให้เกิดปัญหาหรือการสูญเสียถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะสุขภาพและสภาวะสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ก่อให้เกิดผลกระทบต่างๆ ทั้งนี้ยังพบปัญหาและอุปสรรคในการส่งต่อผู้ป่วย เช่น การส่งผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคมากและมีความจำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพและความพร้อมสูงกว่า หรือการส่งต่อเนื่องจากสิทธิการรักษาโรคโดยตรง จากระบบข้อมูลสถิติการรายงานผู้ป่วยระบบส่งต่อของสำนักการแพทย์ พบว่า โรคที่เป็นปัญหาสำคัญในการส่งต่อผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ อุบัติเหตุ ศัลยกรรมประสาทและสมอง หลอดเลือดหัวใจ ทารกคลอดก่อนกำหนด และออร์โธปิดิกส์ ดังนั้น เพื่อให้มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนได้รับบริการที่ครบวงจร จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและประสานเครือข่ายระบบบริการทางการแพทย์และระบบส่งต่อของโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และมีการจัดทำคู่มือการส่งต่อผู้ป่วย 5 กลุ่มโรค ระหว่างโรงพยาบาลในเครือข่ายกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มีแนวทางในการปฏิบัติเป็นไปทิศทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการประชุมเพื่อติดตามรายงานโดยมีสถิติผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ดังนี้ ด้านการส่งต่อผู้ป่วยอุบัติเหตุ จำนวน 27 ราย ส่งต่อสำเร็จ 26 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 1 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 96.30 ด้านการส่งต่อผู้ป่วยศัลยกรรมประสาทและสมอง จำนวน 109 ราย ส่งต่อสำเร็จ 107 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 2 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 98.17 ด้านการส่งต่อทารกคลอดก่อนกำหนด จำนวน 6 ราย ส่งต่อสำเร็จ 5 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 1 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 83.33 ด้านการส่งต่อออร์โธปิดิกส์ จำนวน 11 ราย ส่งต่อสำเร็จ 11 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 0 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 100 สรุปคิดเป็นความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรค จำนวน 153 ราย ส่งต่อสำเร็จ 149 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 97.39

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-ด้านการส่งต่อผู้ป่วยอุบัติเหตุ จำนวน 31 ราย ส่งต่อสำเร็จ 31 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 0 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 100 ด้านการส่งต่อผู้ป่วยศัลยกรรมประสาทและสมอง จำนวน 141 ราย ส่งต่อสำเร็จ 125 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 10 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 88.65 ด้านการส่งต่อทารกคลอดก่อนกำหนด จำนวน 2 ราย ส่งต่อสำเร็จ 2 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 0ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 100 ด้านการส่งต่อออร์โธปิดิกส์ จำนวน 29 ราย ส่งต่อสำเร็จ 29 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 0 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 100 สรุปคิดเป็นความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรค จำนวน 203 ราย ส่งต่อสำเร็จ 187 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 92.12

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-ด้านการส่งต่อผู้ป่วยอุบัติเหตุ จำนวน 110ราย ส่งต่อสำเร็จ 109 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 1 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 99.09 ด้านการส่งต่อผู้ป่วยศัลยกรรมประสาทและสมอง จำนวน 360 ราย ส่งต่อสำเร็จ 344 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 26ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 95.56 ด้านการส่งต่อทารกคลอดก่อนกำหนด จำนวน 13 ราย ส่งต่อสำเร็จ 11 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 2ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 84.62 ด้านการส่งต่อออร์โธปิดิกส์ จำนวน 29 ราย ส่งต่อสำเร็จ 92 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 91 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 1ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 98.91 สรุปคิดเป็นความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรค จำนวน 575 ราย ส่งต่อสำเร็จ 555 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 30 ราย คิดเป็นร้อยละ 96.52

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

- โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์เล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของระบบส่งต่อผู้ป่วย หากส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากหาก ส่งต่อผู้ป่วยได้ทันท่วงทีจะสามารถลดการสูญเสีย มีโอกาสปลอดภัย และได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่หากการส่งต่อมีความล่าช้าอาจก่อให้เกิดปัญหาหรือเกิดการสูญเสียถึงแก่ชีวิตได้ ทั้งนี้ ปัญหาและอุปสรรคที่พบในการส่งต่อผู้ป่วย เช่น การส่งต่อผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคและมีความจำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมและศักยภาพการรักษาสูงกว่า นอกจากนี้ ยังมีการส่งต่อ เนื่องจากสิทธิการรักษาของผู้ป่วย จากข้อมูลสถิติการรายงานผู้ป่วยระบบส่งต่อของสำนักการแพทย์ พบว่า โรคที่เป็นปัญหาสำคัญในการส่งต่อผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ อุบัติเหตุ ศัลยกรรมประสาทและสมอง หลอดเลือดหัวใจ ทารกคลอดก่อนกำหนด และออร์โธปิดิกส์ ดังนั้น เพื่อให้มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ป่วยได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพ สำนักการแพทย์จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและประสานเครือข่ายระบบบริการทางการแพทย์และระบบ ส่งต่อของโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และมีการจัดประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อติดตามการดำเนินงาน ตามคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 618/2562 ลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและประสานเครือข่ายระบบบริการทางการแพทย์และระบบ ส่งต่อของโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งมีการจัดทำคู่มือการส่งต่อผู้ป่วย 5 กลุ่มโรค ระหว่างโรงพยาบาลในเครือข่ายกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มีแนวทางในการปฏิบัติเป็นไปทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสถิติผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ดังนี้ ด้านการส่งต่อผู้ป่วยอุบัติเหตุ จำนวน 290 ราย ส่งต่อสำเร็จ 281 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 9 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 96.9 ด้านการส่งต่อผู้ป่วยศัลยกรรมประสาทและสมอง จำนวน 606 ราย ส่งต่อสำเร็จ 577 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 29 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 95.21 ด้านการส่งต่อทารกคลอดก่อนกำหนด จำนวน 19 ราย ส่งต่อสำเร็จ 17 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 2 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 89.47 ด้านการส่งต่อออร์โธปิดิกส์ จำนวน 135 ราย ส่งต่อสำเร็จ 134 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 1 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 99.26 สรุปคิดเป็นความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วย ทั้ง 4 กลุ่มโรค คิดเป็นร้อยละ 96.09

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(7) ร้อยละของผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉินที่ขอรับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (Advanced) สามารถได้รับบริการภายใน 10 นาที และส่วนของขั้นพื้นฐาน (Basic) สามารถได้รับบริการภายใน 15 นาที
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

มิติที่ ๑.๖ - ปลอดโรคคนเมือง อาหารปลอดภัยเป้าหมายที่ ๑.๖.๔ ประชาชนได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤต
ร้อยละของผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉินที่ขอรับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (Advanced) สามารถได้รับบริการภายใน 10 นาที และส่วนของขั้นพื้นฐาน (Basic) สามารถได้รับบริการภายใน 15 นาที

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :93.00

ผลงาน :90.39

ประเภทตัวชี้วัด : ตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์
(ตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์ (outcome))


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
92.47

100 / 100
2
93.79

100 / 100
3
90.46

100 / 100
4
90.39

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นพื้นฐานภายใน 15 นาที จำนวน 2,689 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการ จำนวน 4,081 ราย คิดเป็นร้อยละ 65.89 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นภายใน 10 นาที จำนวน 1,092 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการทั้งหมด จำนวน 4,109 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.58

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นพื้นฐานภายใน 15 นาที จำนวน 7,101 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการ จำนวน 10,497 ราย คิดเป็นร้อยละ 67.65 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นภายใน 10 นาที 2,722 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการทั้งหมด จำนวน 10,415 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.14

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นพื้นฐานภายใน 15 นาที จำนวน 11,496 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการ จำนวน17,354 ราย คิดเป็นร้อยละ 66.24 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นภายใน 10 นาที 4,181 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการทั้งหมด จำนวน 17,261 ราย คิดเป็นร้อยละ 24.22

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

- ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ให้ความสำคัญต่อการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (Advanced) และการบริการขั้นพื้นฐาน (Basic) สามารถได้รับบริการภายในเวลาที่กำหนด โดยมีผลสรุป ดังนี้ 1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงเพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ดำเนินการจัดให้มีชุดปฏิบัติการการแพทย์ตามโครงการฯ ทั้งสิ้น 8 จุดจอด ในปีงบประมาณ 2562 (เดือนตุลาคม 2561 – เดือนกรกฎาคม 2562) ดำเนินการให้บริการแยกตามจุดจอด ดังนี้ จุดจอดที่ 1 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดใต้ทางด่วนขั้นที่ 2 (ด่วนประชาชื่น) จุดจอดที่ 2 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดพุทธมณฑลสาย 1 เขตตลิ่งชัน ในพื้นที่โซน 1,3 จุดจอดที่ 3 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกรามอินทรา ในพื้นที่โซน 6,7 จุดจอดที่ 4 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดลาดพร้าว ในพื้นที่โซน 7,8,9 จุดจอดที่ 5 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดบางนา จุดจอดที่ 6 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดวัดเทพลีลา จุดจอดที่ 7 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดสำนักงานเขตทุ่งครุ จุดจอดที่ 8 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดคลองสามวา ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัลคุณภาพการให้บริการในระดับดีเด่นประเภทรายกระบวนงานในปี 2562 โดยมีดำเนินการให้บริการทั้งสิ้น 6,847 ครั้ง 2. โครงการขับขี่ปลอดภัย ดำเนินการจัดการอบรมโครงการขับขี่ปลอดภัยในกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 รุ่น จำนวนผู้เข้ารับการอบรม ดังนี้ รุ่นที่ 1 วันที่ 11-15 มีนาคม 2562 จำนวน 35 คน รุ่นที่ 2 วันที่ 27-31 พฤษภาคม 2562 จำนวน 35 คน รวมผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 70 คน ณ ห้องประชุมชั้น 2 และ 3 อาคารศูนย์เอราวัณ และสนามฝึกขับรถเอกชน ไอดี ไดร์เวอร์ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 3. การจ้างบุคลากรมาช่วยปฏิบัติราชการของศูนย์เอราวัณ ค่าจ้างบุคลากรมาช่วยปฏิบัติราชการของศูนย์เอราวัณดำเนินการจัดบุคลากรมาปฏิบัติงานเดือนกรกฎาคม 2562 จำนวน 3 ตำแหน่ง 70 อัตรา งบประมาณที่ใช้ไปทั้งหมด 10,338,380 บาท ได้แก่ - ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน จำนวน 24 คน - ค่าจ้างพนักงานรับแจ้งเหตุทางการแพทย์ จำนวน 33 คน - ค่าจ้างผู้จ่ายงานปฏิบัติการฉุกเฉิน จำนวน 13 คน รวมค่าจ้างบุคลากรมาช่วยปฏิบัติการของศูนย์เอราวัณ ประจำเดือนกรกฎาคม 2562 เป็นเงินทั้งสิ้น 1,104,290 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2562) สรุปผลการดำเนินงานศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ได้ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินนอกพื้นที่ จำนวนทั้งสิ้น 43,246 ครั้ง แบ่งเป็น - ดำเนินการออกปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (Advanced) จำนวน 21,694 ครั้ง - การออกปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน (Basic) จำนวน 21,552 ครั้ง แบ่งเป็น ผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉินที่ขอรับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (Advanced) สามารถได้รับบริการภายใน 10 นาที จำนวน 5,229 ครั้ง คิดเป็น ร้อยละ 24.1 และส่วนของขั้นพื้นฐาน (Basic) สามารถได้รับบริการภายใน 15 นาที จำนวน 14,287 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 66.29

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(8) ผลสำเร็จในการซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัย (ความร่วมมือและข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

มิติที่ ๑.๖ - ปลอดโรคคนเมือง อาหารปลอดภัยเป้าหมายที่ ๑.๖.๔ ประชาชนได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤต
ผลสำเร็จในการซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัย  (ความร่วมมือและข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :80.00

ผลงาน :100.00

ประเภทตัวชี้วัด : ตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์
(ตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์ (outcome))


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
0.00

100 / 100
4
100.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

1. จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เสนอให้พิจารณาโรงพยาบาลแม่โซนในเครือข่ายเป็นเจ้าภาพร่วมกับศูนย์เอราวัณในการดำเนินการจัดซ้อมแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2562 โดยมติที่ประชุมมอบหมายให้ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลเป็นเข้าภาพร่วมกับศูนย์เอราวัณในปีนี้ และดำเนินการจัดซ้อมแผนปฏิบัติการต่อไป 2.ประสานงานรายละเอียดเพื่อกำหนดหัวข้อการซ้อมแผนตามโครงการฯ และกำหนดแผนการดำเนินงานกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 3. ติดตามและประสานงานเพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ณ ห้องประชุมแพทยพัฒน์ชั้น 5 สำนักการแพทย์ อยู่ระหว่างเสนอหัวข้อการซ้อมต่อผู้บริหาร

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-1.อยู่ระหว่างเสนอหัวข้อการซ้อมต่อผู้บริหาร 2. ติดตามและประสานงานเพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ห้องประชุมแพทยพัฒน์ชั้น 5 สำนักการแพทย์ โดยวชิรพยาบาลได้เสนอหัวข้อการซ้อมต่อที่ประชุม และกำหนดจัดการซ้อมในช่วงเดือน สิงหาคม 2562 3. ติดตามและประสานงานกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครเพื่อกำหนดจัดการซ้อมแผนฯ ตามโครงการในช่วงเดือน สิงหาคม 2562

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-1.ติดตามและประสานงานกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครเพื่อกำหนดจัดการซ้อมแผนฯ ตามโครงการในช่วงเดือน สิงหาคม 2562 2.ประชุมหารือร่วมกับคณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการกำหนดการซ้อมแผนปฏิบัติการ โดยกำหนดวันหารือในวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ดำเนินการจัดโครงการระดมทรัพยากรในพื้นที่เพื่อพัฒนาความพร้อมทางการแพทย์ฉุกเฉินในเหตุสาธารณภัย ได้ดำเนินการ ดังนี้ สถานการณ์จำลองกรณี “อุบัติภัยหมู่ : เหตุชุมนุมเรียกร้องราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำของเกษตรกร” ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติเกียกกาย ภายใต้โครงการระดมทรัพยากร เพื่อพัฒนาความพร้อมทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัยตามมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินและการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ให้สอดคล้องแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี ประชาชนต้องได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤติทั้งในสถานการณ์ปกติหรือสาธารณภัยและภัยพิบัติ ซึ่งการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีความพร้อมปฏิบัติการเมื่อเกิดเหตุการณ์ มีความสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ ซึ่งจัดซ้อมในพื้นที่โซน 1 คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช เป็นแม่ข่ายของพื้นที่ โดยรับหน้าที่เป็นผู้ประสานสั่งการ ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลภายในพื้นที่โซน 1 และโซนข้างเคียง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดำเนินการ ดังนี้ - ดำเนินการประชุมเตรียมความพร้อมร่วมกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 - ดำเนินการจัดประชุมซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercise) ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 - ดำเนินการจัดประชุมซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercise) ครั้งที่ 2 และซ้อมแผนปฏิบัติการเฉพาะหน้าที่ (Functional Exercise) ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 - ดำเนินการซ้อมแผนปฏิบัติการเฉพาะหน้าที่ (Functional Exercise) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 - ดำเนินการซ้อมแผนปฏิบัติการเต็มรูปแบบ (Full Scale) เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 - ดำเนินการจัดการประชุมถอดบทเรียนการซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินในเหตุสาธารณภัยและภัยพิบัติ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562 - จัดทำสรุปรายงานผลการดำเนินงานโครงการ ปัญหา และอุปสรรครายงานต่อปลัดกรุงเทพมหานคร เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 สรุปผลการดำเนินงาน ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดซ้อมแผนในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเข้าร่วมซ้อมแผน จำนวน 20 หน่วยงาน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 100

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(9) จำนวนคลินิกผู้สูงอายุที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน“คลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ”
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

มิติที่ ๓.๑ - ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ได้รับการดูแลอย่างครบวงจรเป้าหมายที่ ๓.๑.๓ ผู้สูงอายุได้รับการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ด
จำนวนคลินิกผู้สูงอายุที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน“คลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ”

หน่วยนับ :แห่ง

เป้าหมาย :9.00

ผลงาน :100.00

ประเภทตัวชี้วัด : ตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์
(ตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์ (outcome))


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(แห่ง)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
100.00

100 / 100
4
100.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

ประชุมคณะกรรมการตรวจประเมินคลินิกผู้สูงอายุของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ไปเมื่อ วันที่ 9 พ.ย. 2561 เพื่อสรุปผลการตรวจประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ ประจำปี 2561 และวางแผนการตรวจประเมินคลินิกผู้สูงอายุในปี 2562

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-กำหนดตรวจประเมินคลินิกผุ้สูงอายุคุณภาพสำนักการแพทย์ปี 2562 ในช่วงเดือน กรกฎาคม - สิงหาคม 2562

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-คณะกรรมการตรวจประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพได้มีประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตรวจประเมินการดำเนินงานคลินิกผู้สูงอายุของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 พบว่า รพ.ในสังกัดสำนักการแพทย์ได้ผ่านการประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ ประจำปี 2562 ครบทั้ง 9 แห่ง เรียบร้อยแล้ว

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-กรุงเทพมหานครมีนโยบายในการดูแลผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร ให้ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี สำนักการแพทย์จึงได้จัดตั้งและพัฒนาคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพขึ้น ตั้งแต่ปี 2557 โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาระบบบริการแก่ผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมบริการแบบองค์รวมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้สำนักการแพทย์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จัดทำเกณฑ์การประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ เฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา พระบรมราชินีนาถ เพื่อพัฒนามาตรฐานคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพและสนับสนุนการจัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยเกณฑ์การประเมิน 20 ข้อ ดังนี้ 1. มีสถานที่ชัดเจนเป็นสัดส่วนในแบบการบริการผู้ป่วยนอก 2. สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ป้าย ราวจับ ทางลาด ห้องน้ำ บันได 3. เปิดบริการอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์และมีแพทย์รับผิดชอบ 4. พยาบาลที่ดำเนินงานเคยผ่านการฝึกอบรม เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ 5. ทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์ กายภาพบำบัด เภสัชกร เป็นต้น 6. รวบรวมจำนวน case geriatric syndrome ทุก 3 เดือน 7. Geriatric Assessment ; ADL 8. Geriatric Assessment ; cognitive Impairment 9. ประเมินความพึงพอใจของผู้สูงอายุที่มารับบริการที่คลินิกผู้สูงอายุ 10. บุคลากรที่ให้การดูแลผู้ป่วยในคลินิกผู้สูงอายุได้รับการฝึกอบรมอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง 11. คัดกรอง Incontinence 12. คัดกรอง Fall 13. คัดกรอง Malnutrition 14. คัดกรอง Depression 15. มีฐานข้อมูลผู้สูงอายุในเขตที่โรงพยาบาลรับผิดชอบ 16. ความครอบคลุมของ vaccine ไข้หวัดใหญ่ ในกลุ่มผู้สูงอายุ 17. งานวิชาการ / วิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุ / นำเสนอ presentation 18. นวัตกรรมเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 19. รับปรึกษาจากคลินิกอื่นหรือหอผู้ป่วยภายในโรงพยาบาล 20. แพทย์เฉพาะทางที่ออกตรวจในคลินิกผู้สูงอายุ เกณฑ์การประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ 2562 และแบ่งเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ - ระดับเงิน (S) ต้องได้คะแนนตั้งแต่ 17 คะแนนขึ้นไป - ระดับทอง (G) ต้องได้คะแนนตั้งแต่ 35 คะแนนขึ้นไป - ระดับเพชร (D) ต้องได้คะแนนตั้งแต่ 40 คะแนนขึ้นไป โรงพยาบาลในสังกัดทั้ง 9 แห่ง ผ่านเกณฑ์การประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพตามเกณฑ์ฯที่กำหนด คิดเป็นอัตราความสำเร็จร้อยละ 100 โดยผ่านคลินิกคุณภาพระดับเงิน (S) จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ 1. โรงพยาบาลกลาง 2. โรงพยาบาลตากสิน 3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 4. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ 5. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 6. โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร 7. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 8. โรงพยาบาลสิรินธร 9. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ผ่านคลินิกผู้สูงอายุระดับทอง (G) จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ในปี 2562 สำนักการแพทย์ได้จัดทำแนวทางการให้บริการผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานครร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 กรุงเทพมหานคร แบ่งเป็นการดำเนินงาน “คลินิกผู้สูงอายุครบวงจร” และ “คลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ” ซึ่งได้มีขยายการดำเนินงานไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาครัฐ/เอกชน รวมถึงศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย การดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพในการค้นพบโรคเรื้อรังในระยะเริ่มแรก ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเอง และดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ จำนวน 11 รายการ ดังนี้ 1. ซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์ 2. คัดกรองความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันตามแบบประเมิน ADL 3. ประเมินภาวะซึมเศร้า 2 คำถาม (2Q) 4. คัดกรองความบกพร่องทางการมองเห็น: ตรวจสายตา (Visual Acuity Test) 5. ประเมินความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน ด้วย OSTA index 6. ประเมินสมรรถภาพสมอง (Modified IQ CODE) 7. ประเมินภาวะโภชนาการ 8. ตรวจเลือดเพื่อเป็นข้อมูลในการคัดกรอง Geriatric ได้แก่ CBC, FBS, lipid profile, Creatinine 9. คัดกรองภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Incontinence) 10. คัดกรองภาวะหกล้ม (Fall) 11. การให้คำปรึกษากับผู้สูงอายุ เฉพาะที่คลินิกผู้สูงอายุครบวงจร ได้แก่ ด้านยา ด้านทันตกรรม ด้านอาหาร ด้านกายภาพบำบัด

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด