ผลการปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงาน : 07000000

Home Home SED


มิติที่ ๑.๖ - ปลอดโรคคนเมือง อาหารปลอดภัย

(1) ร้อยละของผู้เข้าร่วมโครงการอ้วนลงพุงมีรอบเอวหรือ BMI ลดลงจากเดิม
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๑ คนกรุงเทพฯ มีสุขภาวะทางกายและจิต มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ไม่มีภาวะเจ็บป่วยจาก โร
ร้อยละของผู้เข้าร่วมโครงการอ้วนลงพุงมีรอบเอวหรือ BMI ลดลงจากเดิม

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :80.00

ผลงาน :86.21

ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
0.00

100 / 100
4
86.21

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

ยู่ระหว่างโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ดำเนินการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยจัดโครงการ/กิจกรรมต่างๆเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนและบุคลากรที่มีภาวะอ้วนลงพุงเสี่ยงต่อการเกิดโรค

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-อยู่ระหว่างโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ดำเนินการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยจัดโครงการ/กิจกรรมต่างๆเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนและบุคลากรที่มีภาวะอ้วนลงพุงเสี่ยงต่อการเกิดโรค

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

อยู่ระหว่างโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ดำเนินการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยจัดโครงการ/กิจกรรมต่างๆเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนและบุคลากรที่มีภาวะอ้วนลงพุงเสี่ยงต่อการเกิดโรค ดังนี้ 1. โรงพยาบาลกลาง จัดโครงการ อ้วนจ๋า พี่ลาก่อน (Bye Bye My Fat) โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะป่วยเป็นโรคอ้วนที่ได้รับการรักษาในคลินิกศัลยกรรมโรคอ้วนมีน้ำหนักและดัชนีมวลกายลดลง อยู่ระหว่างดำเนินการ 2. โรงพยาบาลตากสิน จัดโครงการโรงพยาบาลหุ่นดี (You R what you E) โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นข้าราชการ3. โรงพยาบาลตากสิน สำนักการศึกษา และบุคคลภายนอก โดยจัดอบรมจำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 1 วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 12 มิถุนายน 2562 ครั้งที่ 3 วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 อยู่ระหว่างดำเนินการ 4. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จัดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นข้าราชการ บุคลากร โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และประชาชนทั่วไป โดยกำหนดจัดโครงการจำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 4 มิถุนายน 2562 วันที่ 3 วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 อยู่ระหว่างดำเนินการ 5. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน กลุ่มเป้าหมายมีดังนี้ - มีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI )≥ 23 - มีเส้นรอบเอว ≥ 36 นิ้ว (เพศชาย) และ ≥ 32 นิ้ว (เพศหญิง) กิจกรรมจัดระหว่างเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2562 6. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ อยู่ระหว่างดำเนินการ 7. โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างจัดโครงการ โดยกำหนดจัดกิจกรรมระหว่างเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2562 8. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน กลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนที่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 25 กก/ตร.ม จำนวน 20 คน ระหว่างวันที่ 22 ก.พ. -31 พ.ค.62 จำนวน 4 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 29 มีนาคม 2562 ครั้งที่ 3 วันที่ 26 เมษายน 2562 ครั้งที่ 4 วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 9. โรงพยาบาลสิรินธร จัดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน อยู่ระหว่างดำเนินโครงการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ได้ดำเนินโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและปัจจัยเสี่ยงจากภาวะน้ำหนักเกินจนสามารถทำให้รอบเอวหรือค่า BMI ลดลงจากเดิม ดังนี้ 1. โรงพยาบาลกลาง ดำเนินโครงการอ้วนจ๋า พี่ลาก่อน (Bye Bye My Fat) โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 54 คน รูปแบบการอบรมเป็นแบบไป – กลับ โดยให้คำแนะนำร่วมกับทีมสหวิชาชีพในคลินิกศัลยกรรมโรคอ้วนโรงพยาบาลกลาง จำนวน 1 ครั้ง ณ คลินิกศัลยกรรมโรคอ้วน โรงพยาบาลกลาง ผลการประเมินพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการมีดัชนีมวลกายลดลง จำนวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 100 2. โครงการพยาบาลหุ่นดี (You R What You E) โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 85 คน รูปแบบการอบรมเป็นแบบไป – กลับ จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 12 มิถุนายน 2562 ครั้งที่ 3 วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องประชุมสุขสมปอง ชั้น 20 อาคารธนบุรีศรีมหาสมุทร โรงพยาบาลตากสิน ผลการประเมินพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการมีดัชนีมวลกายลดลง จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 81.2 3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ดำเนินโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 53 คน รูปแบบโครงการเป็นแบบไป – กลับ จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 4 มิถุนายน 2562 ครั้งที่ 3 วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องประชุมอุดมสังวรญาณ ชั้น 23 อาคาร 72 พรรษา มหาราชินิ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ผลการประเมินพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการมีดัชนีมวลกายลดลง จำนวน 43 คน คิดเป็นร้อยละ 81.1 4. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโรอุทิศ ดำเนินโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 25 คน รูปแบบการจัดโครงการเป็นแบบไป – กลับ จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 ครั้งที่ 3 วันที่ 15 สิงหาคม 2562 ณ ห้องกลุ่มงานเวชศาสตร์ชุมชนและ เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาล หลวงพ่อทวีศักดิ์ชุตินฺธโรอุทิศ ผลการประเมินพบว่า มีผู้เข้าร่วมโครงการมีดัชนีมวลการลดลง จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 84.00 5. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ดำเนินโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 50 คน รูปแบบการจัดโครงการเป็นแบบไป – กลับ จำนวน 2 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 29 มิถุนายน 2562 ณ โรงเรียนหนองจอกพิทยานุสสรณ์มัธยม ผลการประเมินพบว่า มีผู้เข้าร่วมโครงการมีดัชนีมวลการลดลง จำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 84.00 6. โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ดำเนินโครงการโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 40 คน รูปแบบของโครงการเป็นแบบไป – กลับ จำนวน 5 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 19 มิถุนายน 2562 ครั้งที่ 3 วันที่ 27 มิถุนายน 2562 ครั้งที่ 4 วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ครั้งที่ 5 วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องประชุมกลุ่มงานเวชศาสตร์ชุมชนและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ผลการประเมินพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการมีดัชนีมวลกายลดลง จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 87.5 7. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ดำเนินโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนที่มีน้ำหนักกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 20 คน รูปแบบการอบรมเป็นไปแบบไป – กลับ จำนวน 4 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 29 มีนาคม 2562 ครั้งที่ 3 วันที่ 26 เมษายน 2562 ครั้งที่ 4 วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ณ ห้องประชุม ท.ลดาวัลย์ ชั้น 5 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ผลการประเมินพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการมีดัชนีมวลกายลดลง จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 85.00 8. โรงพยาบาลสิรินธร ดำเนินโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน โดยผู้มีเข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 50 คน รูปแบบการอบรมเป็นแบบไป – กลับ จำนวน 5 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 28 มีนาคม 2562 ครั้งที่ 2 วันที่ 18 เมษายน 2562 ครั้งที่ 3 วันที่ 26 เมษายน 2562 ครั้งที่ 4 วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ครั้งที่ 5 วันที่ 8 สิงหาคม 2562 ณ ห้องประชุมคุณหญิงหรั่ง ชั้น 2 โรงพยาบาลสินธร ผลการประเมินพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการมีดัชนีมวลกายลดลง จำนวน 44 คน คิดเป็นร้อยละ 88.00 สรุป มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมประชาชนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานทั้งสิ้น 377 คน มีดัชนีมวลกายลดลง จำนวน 325 คน คิดเป็นร้อยละ 86.21

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(2) ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๑ คนกรุงเทพฯ มีสุขภาวะทางกายและจิต มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ไม่มีภาวะเจ็บป่วยจาก โร
ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง

หน่วยนับ :คน/ปี

เป้าหมาย :80,000.00

ผลงาน :97,541.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(คน/ปี)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
14,220.00

100 / 100
3
41,408.00

100 / 100
4
97,541.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

อยู่ระหว่างส่วนราชการดำเนินการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้กับประชาชนที่มารับบริการในโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ดำเนินการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้กับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 14,220 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ดำเนินการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้กับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 41,408 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ดำเนินการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้กับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 97,541 ราย

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(3) สตรีในช่วงอายุ ๓๐ - ๗๐ ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๑ คนกรุงเทพฯ มีสุขภาวะทางกายและจิต มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ไม่มีภาวะเจ็บป่วยจาก โร
สตรีในช่วงอายุ ๓๐ - ๗๐ ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม

หน่วยนับ :คน/ปี

เป้าหมาย :5,000.00

ผลงาน :7,186.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(คน/ปี)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
1,463.00

100 / 100
2
1,650.00

100 / 100
3
3,894.00

100 / 100
4
7,186.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

จำนวนสตรีที่ได้รับบริการตรวจมะเร็งเต้านม จำนวนทั้งสิ้น 1,463 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

- โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ณ บริเวณต่างๆของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ โดยมีประชาชนที่ได้รับการตรวจคัดกรองจำนวน 1,650 ราย ผิดปกติ จำนวน 193 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ณ บริเวณต่างๆของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ โดยมีประชาชนที่ได้รับการตรวจคัดกรองจำนวน 3,894 ราย ผิดปกติ จำนวน 455 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ณ บริเวณต่างๆของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ โดยมีประชาชนที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม จำนวน 7,186 ราย ผิดปกติ จำนวน 1,004 ราย ในกรณีที่พบความผิดปกติ ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(4) สตรีในช่วงอายุ ๓๐ - ๖๐ ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๑ คนกรุงเทพฯ มีสุขภาวะทางกายและจิต มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ไม่มีภาวะเจ็บป่วยจาก โร
สตรีในช่วงอายุ ๓๐ - ๖๐ ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

หน่วยนับ :คน/ปี

เป้าหมาย :15,000.00

ผลงาน :16,441.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(คน/ปี)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
254.00

100 / 100
2
4,727.00

100 / 100
3
9,308.00

100 / 100
4
16,441.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

จำนวนสตรีที่ได้รับบริการตรวจมะเร็งปากมดลูก จำนวนทั้งสิ้น 254 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ บริเวณต่างๆของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ โดยมีประชาชนที่ได้รับการตรวจคัดกรองจำนวน 4,727 ราย ผิดปกติ จำนวน 84 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ บริเวณต่างๆของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ โดยมีประชาชนที่ได้รับการตรวจคัดกรองจำนวน 9,308 ราย ผิดปกติ จำนวน 188 ราย

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-1. โรงพยาบาลกลาง ดำเนินการตรวจมะเร็ง ปากมดลูก ณ ห้องตรวจผู้ป่วยสูติ-นรีเวชกรรม ชั้น 3 อาคารอนุสรณ์ 100 ปี โรงพยาบาลกลาง (ในวันราชการ เวลา 08.00 – 12.00 น.) และดำเนินการ ประชาสัมพันธ์โดยการแจกแผ่นพับ เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกให้แก่สตรีผู้มารับบริการ ติดป้ายประชาสัมพันธ์ บริเวณหน้าลิฟต์ และบริเวณ OPD สูติ-นรีเวชกรรม และดำเนินการในเชิงรุกโดยมีการประชาสัมพันธ์ให้กับ ผู้ป่วยนอก (OPD : Out Patient Department) ตามกลุ่มงานต่างๆ เพื่อเชิญชวนและรับรู้ข่าวสารในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และจัดสัปดาห์รณรงค์ป้องกันมะเร็งปากมดลูกในวันที่ 5 - 9 สิงหาคม 2562 และมีการ ให้ความรู้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ ผู้มารับบริการในโรงพยาบาลโดยสูติ-นรีแพทย์ และดำเนินการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกให้กับบุคลากรของโรงพยาบาลกลาง มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลกลาง จำนวน 3,481 ราย ผิดปกติ 43 ราย 2. โรงพยาบาลตากสิน ดำเนินการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ คลินิกเวชกรรมทั่วไป บริเวณห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอกสูติ-นรีเวชกรรม ชั้น 2 อาคารสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 17 ชั้น (ในวันราชการ เวลา 08.00 – 12.00 น.) มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในโรงพยาบาลตากสิน จำนวน 3,362 ราย ผิดปกติ 63 ราย 3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ดำเนินการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยทำ Pap Smear ตามเกณฑ์ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ณ คลินิก นรีเวชกรรม ชั้น 3 อาคาร 72 พรรษา มหาราชินี (ในวันราชการ เวลา 08.00 – 11.00 น.) และดำเนินการประชาสัมพันธ์ โดยการแจกแผ่นพับเรื่องมะเร็งปากมดลูก ติดป้าย ประชาสัมพันธ์หน้าห้องตรวจ และประกาศเสียงตามสายทุกวัน ในเวลาราชการ มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จำนวน 4,148 ราย ผิดปกติ 122 ราย 4. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ ดำเนินการจัดกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ และดำเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ความรู้การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยแจกเอกสาร แผ่นพับ เพื่อให้ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก ณ บริเวณห้องตรวจสูติ- นรีเวชกรรม ให้แก่ประชาชนผู้มารับบริการ ญาติ และดำเนินการจัดให้บริการตรวจพิเศษ โดยวิธี colposcope และมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ารับบริการ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกทางสื่อต่างๆ อาทิ แผ่นพับ เว็บไซต์ Facebook โรงพยาบาล และติดบอร์ดประชาสัมพันธ์ และดำเนินการจัดกิจกรรมรณรงค์การตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก ในวันที่ 17 – 21 มิถุนายน 2562 ณ โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ และดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับ ผู้มารับบริการบริเวณห้องสูติ-นรีเวชกรรม และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ในหัวข้อ “มะเร็งปากมดลูกรู้ก่อนป้องกันได้” ให้แก่บุคลากรในโรงพยาบาล ในวันที่ 14 สิงหาคม 2562 มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ จำนวน 1,032 ราย ผิดปกติ 18 ราย 5. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ดำเนินการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่แผนกสูตินรีเวชกรรม (วันพุธและวันศุกร์ เวลา 08.00 – 12.00 น.) และดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่และผู้รับบริการรับทราบ ติดป้ายประชาสัมพันธ์ บริเวณหน้าแผนกสูติ-นรีเวชกรรม และภายในโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ จำนวน 629 ราย ผิดปกติ 17 ราย 6. โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ดำเนินการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในคลินิกนรีเวช (ในเวลาราชการทุกวันอังคารและวันศุกร์ และนอกเวลาราชการทุกวันอังคาร เวลา 08.00 – 12.00 น.) มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร จำนวน 180 ราย ผิดปกติ 13 ราย 7. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ดำเนินการตรวจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ คลินิกสูตินรีเวชกรรม (ในวันราชการ เวลา 08.00 – 12.00 น.) และดำเนินการให้บริการตรวจมะเร็งปากมดลูกโดยวิธีการตรวจเซลล์วิทยาของปากมดลูก (Cervical Cytology) แบบ (Conventional Papanicolaou Smear) มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ จำนวน 1,018 ราย ผิดปกติ 19 ราย 8. โรงพยาบาลสิรินธร ดำเนินงานตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ ห้องตรวจสูตินรีเวช (ในวันราชการ เวลา 08.00 – 12.00 น.) และจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับ เวชศาสตร์ชุมชน โดยการร่วมออกหน่วยดูแลสุขภาพประชาชน และประชาสัมพันธ์ทาง Facebook โรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร มีจำนวนสตรีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลสิรินธร จำนวน 2,591 ราย ผิดปกติ 56 ราย รวมจำนวนสตรีในช่วงอายุ 30 – 60 ปี ที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จำนวน 16,441 ราย พบผิดปกติ 351 ราย โดยในรายที่พบความผิดปกติ จะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องต่อไป

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(5) ร้อยละของผู้ดูแลผู้ป่วยและ/หรือผู้ป่วย มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยหรือตนเองได้ถูกต้อง
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๑ คนกรุงเทพฯ มีสุขภาวะทางกายและจิต มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ไม่มีภาวะเจ็บป่วยจาก โร
ร้อยละของผู้ดูแลผู้ป่วยและ/หรือผู้ป่วย มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยหรือตนเองได้ถูกต้อง

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :80.00

ผลงาน :94.71


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
0.00

100 / 100
4
94.71

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

รงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์จัดโครงการสรา้งเสริมพลังผู้ป่วยและญาติ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู ในปีงบประมาณพ.ศ.2562 สำนักการแพทย์ทำในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์จัดโครงการสรา้งเสริมพลังผู้ป่วยและญาติ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู ในปีงบประมาณพ.ศ.2562 สำนักการแพทย์ทำในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์จัดโครงการสรา้งเสริมพลังผู้ป่วยและญาติ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู ในปีงบประมาณพ.ศ.2562 สำนักการแพทย์ทำในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่ง มีการดำเนินการสร้างเสริมพลังผู้ป่วยและญาติ ให้ความรู้ความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยในโรคหลอดเลือดสมอง และประเมินความรู้ความเข้าใจจากแบบทดสอบการให้ความรู้เรื่อง หลอดเลือดสมองก่อนและหลัง อาทิ เช่น ปัจจัยการส่งเสริมให้เป็นโรคหลอดเลือดสมอง การรับประทานอาหาร การฟื้นฟูสภาพร่างกายผู้ป่วย โดยมีผลการดำเนินงาน ดังนี้ โรงพยาบาลกลาง ดำเนินเสริมพลังผู้ป่วย และญาติ โรคหลอดเลือดสมอง โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 40 คน ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยได้ถูกต้อง จำนวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 100 โรงพยาบาลตากสิน ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพญาติและผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 ณ ชุมชนแขวง วัดท่าพระ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 58 คน ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยได้ถูกต้อง จำนวน 58 คน คิดเป็น ร้อยละ 100 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ดำเนินโครงการสร้างเสริมพลังผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และญาติผู้ป่วย โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 40 คน ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะใน การดูแลผู้ป่วยได้ถูกต้อง จำนวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 95.00 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ ดำเนินการจัดกิจกรรม สร้างเสริมพลังผู้ป่วยและญาติ (Well-being Caring) โรคหลอดเลือดสมอง โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดจำนวน 42 คน ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยได้ถูกต้อง จำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 100 โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ดำเนินโครงการสร้างเสริมพลังผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และญาติผู้ป่วย โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 44 คน ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยได้ถูกต้อง จำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 81.82 โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ดำเนินโครงการสร้างเสริมพลังผู้ป่วยและญาติ (Well – being Caring) เรื่อง การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 30 คน ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะใน การดูแลผู้ป่วยได้ถูกต้อง จำนวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 100 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ดำเนินโครงการสร้างเสริมพลังผู้ป่วยและญาติ (Well – being Caring) โรคหลอดลือดสมอง โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 30 คน ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ ในการดูแลผู้ป่วยได้ถูกต้อง จำนวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 100 โรงพยาบาลสิรินธร ดำเนินโครงการสร้างเสริมพลังผู้ป่วยและญาติ (Well – being Caring) โรคหลอดลือดสมอง โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 55 คน ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยได้ถูกต้อง จำนวน 46 คน คิดเป็นร้อยละ 83.63 โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ดำเนินการจัดกิจกรรมการให้ความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 20 คน ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยได้ถูกต้อง จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สรุป มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ/กิจกรรมทั้งหมด จำนวน 359 คน มีผู้ดูแลผู้ป่วยและ/หรือผู้ดูแลผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยหรือตนเองได้ถูกต้อง จำนวน 340 คน คิดเป็นร้อยละ 94.71

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(6) ความสำเร็จของสถานพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครที่มีบริการแพทย์แผนไทย/แพทย์ทางเลือก
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๑ คนกรุงเทพฯ มีสุขภาวะทางกายและจิต มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ไม่มีภาวะเจ็บป่วยจาก โร
ความสำเร็จของสถานพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครที่มีบริการแพทย์แผนไทย/แพทย์ทางเลือก

หน่วยนับ :แห่ง

เป้าหมาย :8.00

ผลงาน :8.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(แห่ง)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
8.00

100 / 100
3
8.00

100 / 100
4
8.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

สำนักการแพทย์ให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยสนับสนุนให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่ง มีการพัฒนาการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย โดยในปี 2562 เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน และโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ชุตินฺธ โรอุทิศ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-สำนักการแพทย์ให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยสนับสนุนให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่ง มีการพัฒนาการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย โดยในปี 2562 เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน และโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ชุตินฺธ โรอุทิศ อยู่ระหว่างดำเนินการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-สำนักการแพทย์ให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยสนับสนุนให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่ง มีการพัฒนาการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย โดยในปี 2562 เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน และโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ชุตินฺธ โรอุทิศ อยู่ระหว่างดำเนินการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยสนับสนุน ให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่ง มีการพัฒนาการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของโรงพยาบาลในสังกัด สำนักการแพทย์ ตามคำสั่งสำนักการแพทย์ที่ 665/2561 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 เพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาระบบบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยในปี 2561 เปิดบริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาล เวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลสิรินธร และโรงพยาบาลผู้สูงอายุ บางขุนเทียน ทั้งนี้ในปี 2562 โรงพยาบาล หลวงพ่อทวีศักดิ์ชุตินฺธโร อุทิศ มีการดำเนินการจัดตั้งคลินิกแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก และเปิดให้บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ในเวลาราชการ 08.00 – 16.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ เรือนศิริวรรณ โดยมีบริการให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพด้านแพทย์แผนไทย ตรวจวินิจฉัยโรคและให้การรักษา นวด ประคบสมุนไพร นวดและประคบสมุนไพร อบสมุนไพร จ่ายยาสมุนไพร และฝังเข็มและกระตุ้นไฟฟ้า มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,555 ราย 4,248 ครั้ง - การฝังเข็ม 141 ราย 141 ครั้ง สรุปผลการดำเนินงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ทั้ง 7 แห่ง รายละเอียดดังนี้ 1. โรงพยาบาลกลาง จัดให้มีบริการตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยจัดให้บริการการแพทย์ แผนไทย ประกอบด้วย การนวด การประคบสมุนไพร การอบสมุนไพร และยาสมุนไพร ณ ศาลาไทย ชั้น 1 และบริการแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นแพทย์แผนจีน การฝังเข็ม ณ คลินิกฝังเข็ม ตึกกายภาพบำบัด เปิดให้บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ในเวลาราชการ 08.00 – 16.00 น. และ 16.00 – 20.00 น. (หยุดนักขัตฤกษ์) มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 3,915 ราย 8,640 ครั้ง - การฝังเข็ม 654 ราย 1,346 ครั้ง 2. โรงพยาบาลตากสิน เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 จัดให้มีบริการการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกแก่ผู้มารับบริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ในเวลาราชการ 08.00 – 16.00 น. ณ บริเวณเรือนตากสินปิยรักษ์ ชั้น 6A โดยการนำศาสตร์แห่งภูมิปัญญาไทยและแผนจีน มาผสมผสาน ใช้เป็นเครื่องมือใน การดูแลบำบัด รักษา ฟื้นฟู สุขภาพ มีการให้บริการ ประกอบด้วย ยาไทย สมุนไพรไทย การนวดประคบ การฝังเข็ม มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,200 ราย 3,381 ครั้ง - การฝังเข็ม 953 ราย 5,211 ครั้ง 3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เปิดให้บริการคลินิกฝังเข็มและคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ในเวลาราชการ 08.00 - 16.00 น. ณ ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชั้น 5 อาคารอนุสรณ์ 20 ปี โดยมีบริการตรวจ วินิจฉัย การรักษาด้วยการฝังเข็ม(แพทย์แผนจีน) การครอบแก้ว การรมยา การจ่ายยาสมุนไพรตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ให้การรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย การนวดรักษาแบบราชสำนัก การอบสมุนไพรและการจ่ายยาสมุนไพรไทย มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,044 ราย 3,837 ครั้ง - การฝังเข็ม 1,830 ราย 7,990 ครั้ง 4. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ จัดให้ บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก (ฝังเข็ม) เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 โดยมีบริการการซักประวัติและ ตรวจร่างกาย นวดเพื่อบำบัดรักษา และจ่ายยาสมุนไพร ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ ชั้น 5 ห้องสามัญชาย 6 มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,030 ราย 2,759 ครั้ง - การฝังเข็ม 131 ราย 285 ครั้ง 5. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ จัดให้มีบริการตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกให้บริการแก่บุคคลทั่วไป มีการบูรณาการงานบริการร่วมกับสาขาหลัก บริเวณชั้น 1 ณ อาคารอายุบวร เปิดให้บริการวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 2,148 ราย 4,711 ครั้ง - การฝังเข็ม 5,689 ราย 11,676 ครั้ง 6. โรงพยาบาลสิรินธร จัดให้บริการแพทย์แผนไทย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 โดยมีบริการตรวจร่างกาย นวดประคบ ประคบสมุนไพร แนะนำยาสมุนไพร และโภชนาการ และเปิดบริการแพทย์ทางเลือก (ฝังเข็ม) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ อาคารโรงพยาบาล ชั้น 2 มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,414 ราย 4,996 ครั้ง - การฝังเข็ม 1,208 ราย 6,535 ครั้ง 7. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน จัดให้ บริการเวชกรรมฟื้นฟู การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2560 โดยแพทย์แผนไทยให้บริการนวดรักษา ประคบสมุนไพร อบสมุนไพร ยาสมุนไพร และให้คำแนะนำ ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. และแพทย์ทางเลือกให้บริการฝังเข็ม ครอบแก้ว กระตุ้นไฟฟ้า โคมร้อน รมยา และให้คำแนะนำ ทุกวันอังคาร - วันพุธ เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ ใต้อาคารผู้ป่วยนอกชั่วคราว มีสถิติผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ดังนี้ - แพทย์แผนไทย 1,644 ราย 5,996 ครั้ง - การฝังเข็ม 1,468 ราย 7,396 ครั้ง โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์เปิดให้บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในปี 2562 เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 8 แห่ง

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(7) อัตราความสําเร็จการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๒ โรคติดต่อที่สำคัญในเมืองได้รับการเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้ระบาดไปในวงกว้าง
อัตราความสําเร็จการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :85.00

ผลงาน :88.98


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
93.94

100 / 100
3
85.68

100 / 100
4
88.98

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

อยู่ระหว่างเตรียมประชุมคณะกรรมการพัฒนาการรักษาวัณโรคของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ครั้งที่ 1/2560 เพื่อวางแผนในการดำเนินงานในปี 2562 ต่อไป

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-อัตราผลสำเร็จในการรักษาวัณโรคปอดรายใหม่(Success Rate) ของโรงพยาบาลในสังกัด ทั้ง 8 แห่ง ในภาพรวมเท่ากับร้อยละ 93.94 ดังนี้ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 110ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 155 ราย คิดเป็นร้อยละ 93.94

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-อัตราผลสำเร็จในการรักษาวัณโรคปอดรายใหม่(Success Rate) ของโรงพยาบาลในสังกัด ทั้ง 8 แห่ง ในภาพรวมเท่ากับร้อยละ 85.68 ดังนี้ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 370 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 317 ราย คิดเป็นร้อยละ 85.68

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่งได้มีการดำเนินการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาวัณโรค โดยมีการประชุมหารือแนวทางในการส่งต่อผู้ป่วยวัณโรคระหว่างโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย จำนวน 2 ครั้ง - ครั้งที่ 1 วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุม แพทยพัฒน์ ชั้น 5 สำนักการแพทย์ - ครั้งที่ 2 วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม แพทยพัฒน์ ชั้น 5 สำนักการแพทย์ สรุปอัตราผลสำเร็จในการรักษา (Success Rate) ของโรงพยาบาลในสังกัด ทั้ง 8 แห่ง ในภาพรวมเท่ากับร้อยละ 88.98 ดังนี้ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 762 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 678 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.98 โรงพยาบาลกลาง ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 204 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 177 ราย คิดเป็นร้อยละ 86.76 โรงพยาบาลตากสิน ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 99 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 88 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.89 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 96 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 89 ราย คิดเป็นร้อยละ 92.71 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 43 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 38 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.37 โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 42 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 37 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.10 โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 40 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 36 ราย คิดเป็นร้อยละ 90.00 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 93 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 81 ราย คิดเป็นร้อยละ 87.10 โรงพยาบาลสิรินธร ผู้ป่วยที่นำมาประเมิน ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 145 ราย ผลการรักษา รักษาหายและครบ (Cure+Complete) จำนวน 132 ราย คิดเป็นร้อยละ 91.25 สรุปภาพรวมผลสำเร็จของการรักษาผู้ป่วยวัณโรค คิดเป็นร้อยละ 88.98

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(8) ร้อยละของความสำเร็จในการยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคเฉพาะทางที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์ของสำนักการแพทย์ ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
ร้อยละของความสำเร็จในการยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคเฉพาะทางที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์ของสำนักการแพทย์ ตั้งแต่ระดับ 3  ขึ้นไป

หน่วยนับ :≥ ร้อยละ

เป้าหมาย :85.00

ผลงาน :100.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(≥ ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
0.00

100 / 100
4
100.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

1. ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการประชุมคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ภายในเดือนธันวาคม 2561 (สัปดาห์สุดท้าย) ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานกำหนดวันประชุม 2. ดำเนินการประสานขอรายชื่อ/ตำแหน่งของบุคลากร เพื่อเสนอขอปรับปรุงคำสั่ง สำนักการแพทย์ สำหรับการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ สำนักการแพทย์ และคณะกรรมการตรวจประเมินศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ สำนักการแพทย์ปี 2562 ทั้งนี้ เนื่องจากคณะกรรมการบางท่านเลื่อนระดับตำแหน่ง ประกอบกับมีแผนเตรียมจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์เพิ่มขึ้นใหม่ อีกจำนวน 1 แห่ง ได้แก่ ศูนย์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลสิรินธร 3. ดำเนินการเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ เรื่องความพร้อมของการจัดตั้งศูนย์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลสิรินธร

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-1.ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการประชุมคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ภายในเดือนมีนาคม 2562 ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานกำหนดวันประชุม 2.ดำเนินการปรับปรุงคำสั่ง สำนักการแพทย์ สำหรับการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ สำนักการแพทย์ และคณะกรรมการตรวจประเมินศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ สำนักการแพทย์ปี 2562 3.ดำเนินการเตรียมข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาจัดตั้งศูนย์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลสิรินธร 4.กำหนด Action plan ของคณะกรรมการเพื่อออกตรวจประเมินศูนย์ความเป็นเลิศ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-1.ได้มีการประชุมคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2562 เวลา 13.30 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมแพทยพัฒน์ ชั้น 5 เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรงพยาบาลสังกัด สำนักการแพทย์ ทั้ง 9 ศูนย์ 2.กำหนด Action Plan การออกตรวจประเมินศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ทั้ง 9 ศูนย์ ดังนี้ -วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 โงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 2 ศูนย์ -วันที่ 8 สิงหาคม 2562 โรงพยาบาลกลาง 4 ศูนย์ -วันที่ 9 สิงหาคม 2562 โรงพยาบาลตากสิน 3 ศูนย์ 3.ดำเนินการปรับปรุงคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ สำนักการแพทย์ และคณะกรรมการตรวจประเมินศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ สำนักการแพทย์ปี 2562 ตามมติคณะกรรมการฯ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ มีการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์เฉพาะทางที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาและขยายศักยภาพศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร ให้มีคุณภาพมาตรฐานด้านการรักษาพยาบาลเทียบเท่าโรงเรียนแพทย์ชั้นนำภายใต้มาตรฐานสากล และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 คณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์สำนักการแพทย์ได้กำหนดแผนการตรวจประเมินศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ไว้ ดังนี้ รพ. เจริญกรุงประชารักษ์ วันพุธที่ 24 ก.ค. 2562 เวลา 09.00 - 16.00 น. รพ.ตากสิน วันพุธที่ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 - 16.00 น. รพ.กลาง วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 - 16.00 น. ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ 7 แห่ง ผ่านการประเมินศักยภาพและยกระดับศูนย์ฯ ในด้านต่างๆทั้ง 10 ด้าน ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ผลการประเมินในปี 2562 มีดังนี้ 1. ศูนย์จักษุวิทยา โรงพยาบาลกลาง (ระดับ 4) ผลการดำเนินงาน ศูนย์ตรวจและรักษาสายตา (LASIK CENTER) ได้ปรับรูปแบบการให้บริการในระบบ One Day Surgery เพื่อตอบสนองความต้องการของคนไข้และคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการรักษา อย่างสมเหตุสมผลและดำเนินการสร้างระบบเครือข่าย AEC เพื่อเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ให้คนไข้ต่างชาติรับรู้และเข้าถึงบริการการรักษา 2. ศูนย์ผ่าตัดกระดูกและข้อ โรงพยาบาลกลาง (ระดับ 4) ผลการดำเนินงาน ได้รับเครื่องมือ ชุด X-ray Fluoroscope แบบ mini C- arm ใช้สำหรับผ่าตัดกระดูกมือและเท้า มีปริมาณรังสีต่ำเรียบร้อยแล้ว และดำเนินการผ่าตัดเพิ่มขึ้นอีก 1 สาขา ได้แก่ การผ่าตัดเนื้องอกกระดูก โดยอัตราความสำเร็จของการรักษาเพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 37.5 การผ่าตัดในโรคซับซ้อนที่อัตราการรักษาเพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับโรงเรียนแพทย์ คือ การผ่าตัด bilateral TKR 3. ศูนย์เบาหวาน โรงพยาบาลตากสิน (ระดับ 4) ผลการดำเนินงาน ได้มีการทำงานร่วมกับอนามัยชุมชน และมีชมรมเบาหวาน “ฟ้าใส ใส่ใจเบาหวาน” เป็นชมรมเครือข่ายทั้งยังดำเนินการโดยกลุ่มคนไข้เบาหวานของโรงพยาบาลตากสิน อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงระหว่างศูนย์ดูแลสุขภาพเท้าในด้านการดูแลแผลเท้าเบาหวาน และบริการตัดรองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน และมีแนวทางดำเนินการในการจัดตั้งคลินิกเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงการพัฒนาระบบและบริบาลรักษาเบาหวานชนิดที่ 1 และเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น ร่วมกับศูนย์เบาหวานศิริราช คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล 4. ศูนย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลตากสิน (ระดับ 3) ผลการดำเนินงาน ดำเนินงานเป็นหน่วยงานที่ให้บริการตรวจรักษาด้วยคลื่นความถี่สูงด้าน สูติ – นรีเวชวิทยา การตรวจสุขภาพทารกในครรภ์ การตรวจคัดกรองโรคดาวน์ซินโดรมและการตรวจวินิฉัยโรคธาลัสซีเมียของทารกในครรภ์ มีการให้คำปรึกษากับผู้ป่วยในรายที่มีความผิดปกติและมีความเสี่ยงสูงในขณะครรภ์ รวมถึงการทำหัตถการต่างๆ การรับดูแลและส่งต่อผู้ป่วย ตลอดจนการติดตามหลังคลอดด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นศูนย์กลางการให้บริการและเครือข่ายการรับ ส่งต่อผู้ป่วยกับศูนย์บริการสาธารณสุขและคลินิกเครือข่าย นอกจากนั้น ได้จัดตั้งคลินิกครรภ์แฝด (Twin Clinic) เพิ่มเติม และเพิ่มคลินิกคลอดก่อนกำหนด (Preterm ให้บริการ 3D and 4D Ultrasound เพื่อเพิ่มความเข้าใจในการอธิบายลักษณะตำแหน่งอวัยวะต่างๆ ความสมบูรณ์หรือความผิดปกติของร่างกายทารก 5. ศูนย์สมองและหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลตากสิน (ระดับ 4) ผลการดำเนินงาน ดำเนินการดูแลคนไข้แบบ Comprehensive Stroke ที่ให้บริการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ Acute Stroke ร่วมกับ Rehabilitation จำนวน 8 เตียง มีห้องกระตุ้นประสาทสัมผัส (Multisensory room) สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคสมองเสื่อม และบริการแก่ผู้สูงอายุ อีกทั้งเป็นแม่ข่ายหลักของสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในระบบ Stroke Fast Track ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดรัฐบาลและเอกชน ภายในเขตสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานครให้บริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุมรายด้านโรคหลอดเลือดทั้งชนิดตีบและชนิดแตกมากขึ้น ได้รับ Stroke Ready Hospital status จาก โครงการ Thailand Angels Awards 2017 ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือด้าน stroke ระหว่างยุโรปกับเอเชีย เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้ป่วย ในระดับเหรียญทอง หรือ gold status โดยมีโรงพยาบาลเพียง 29 แห่งเท่านั้นจากทั่วประเทศ ผ่านการรับรองคุณภาพศูนย์หลอดเลือดสมองมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว 6. ศูนย์รักษาและผ่าตัดผ่านกล้อง โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ (ระดับ 4) ผลการดำเนินงาน มีการพัฒนาศักยภาพอย่างโดดเด่นและต่อเนื่อง และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งได้คิดค้นนวัตกรรม WAVE sign ในการผ่าตัด NOTES เป็นแห่งแรกของโลก และผ่านการประเมินเฉพาะโรคหรือระบบ (Disease Specific Certification - DSC) จำนวน 3 โรค ได้แก่ การผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) การผ่าตัด เนื้องอกมดลูก (Laparoscopic Myomectomy) และการผ่าตัดถุงน้ำที่รังไข่ (Laparoscopic Cystectomy) จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ซึ่งมีระยะเวลาการรับรอง ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2562 – วันที่ 5 มีนาคม 2565 รับกิตติกรรมประกาศ “มาตรฐานการรับรองเฉพาะโรค – ห้องผ่าตัดผ่านกล้องสำหรับการผ่าตัดมดลูก การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก และการผ่าตัดถุงน้ำที่รังไข่” จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) มอบโดย นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในงาน HA National Forum ครั้งที่ 20 การดำเนินการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการผ่าตัดผ่านกล้องแบบไร้แผลนานาชาติ 2nd APAGE NOTES International Workshop : Live HANDS – ON ครั้งที่ 2 วันที่ 1 – 2 เม.ย. 2562 วิทยากร 8 คน HANDS – ON 9 คน Lecture 51 คน รวมทั้งหมด 68 คน จาก 8 ประเทศ จัดสัมมนาวิชาการผ่าตัดผ่านกล้องประจำปี 2562 (BMIS 2019) วันที่ 3 เม.ย. 2562 7. ศูนย์เวชศาสตร์กีฬาและเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ (ระดับ 3) ผลการดำเนินงาน มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในการฝึกอบรมปฏิบัติการช่วยเหลือชีวิต CPR การส่งนักกายภาพบำบัดฝึกอบรม เชิงปฏิบัติการด้านกายภาพบำบัดทางกีฬา ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมวิชาการ กลางปีราชวิทยาลัยเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศไทย และส่งแพทย์เข้าร่วม APKASS Summit 2019 ที่ประเทศจีน ริเริ่มการให้บริการรักษาด้วยวิธีการใหม่โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น การติดเทป (Kinesio Tape) ในการช่วยลดอาการช้ำ และการรักษาด้วยเครื่องมือกายภาพบำบัดร่วมกับการ ออกกำลังกาย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของการฟื้นฟูที่ดีขึ้น ผลการดำเนินงาน “ร้อยละของความสำเร็จในการยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคเฉพาะทางที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์ของสำนักการแพทย์ ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป” ปีงบประมาณ 2562 มีการประเมินศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ทั้ง 7 ศูนย์ ผ่านการประเมินจากคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ สำนักการแพทย์ ตามเกณฑ์มาตรฐาน ระดับ 3 ขึ้นไปทั้งหมด 7 ศูนย์ รวมถึงศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์แห่งใหม่อีก 2 ศูนย์ ก็ผ่านการประเมินเช่นกัน คิดเป็นร้อยละ 100

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(9) ร้อยละของผู้ป่วยที่มีความพึงพอใจระดับ “มาก” ในบริการรักษาพยาบาลของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
ร้อยละของผู้ป่วยที่มีความพึงพอใจระดับ “มาก” ในบริการรักษาพยาบาลของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร

หน่วยนับ :≥ ร้อยละ

เป้าหมาย :85.00

ผลงาน :98.19


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(≥ ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
97.35

100 / 100
3
97.57

100 / 100
4
98.19

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

การพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ เทียบได้กับมาตรฐานสากล และเป็นที่ยอมรับจากองค์ต่างๆและประชาชนนั้น สำนักการแพทย์ได้มีการพิจารณาเกณฑ์มาตรฐานในการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับประชาชนในการได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ดีจากหน่วยงานที่ได้มาตรฐานเทียบได้กับสถาบันชั้นนำระดับประเทศ นอกจากเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพแก่ประชาชนแล้ว ศูนย์ความเป็นเลิศฯ ได้ทำการสำรวจความพึงพอใจในบริการของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ฯ ทั้ง 7 แห่ง โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) กับผู้มารับบริการ ประกอบด้วย 1.ศูนย์จักษุ โรงพยาบาล 2. ศูนย์ผ่าตัดกระดูกและข้อ โรงพยาบาลกลาง 3.ศูนย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลตากสิน 4.ศูนย์เบาหวาน โรงพยาบาลตากสิน 5.ศูนย์หลอดเลือดสมองและสมองเสื่อม โรงพยาบาลตากสิน 6.ศูนย์รักษาและผ่าตัดผ่านกล้อง โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 7.ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โดยดำเนินการดังนี้ 1. ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจในบริการของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ฯ ทั้ง 7 ศูนย์ โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) 2.ผู้รับผิดชอบฯ และผู้เกี่ยวข้องดำเนินการประมวลผลข้อมูลจากแบบสอบถามที่ได้รับกลับคืนตามเกณฑ์ที่กำหนด 3.สรุปรายงานผลการสำรวจความพึงพอใจในการบริการรักษาศูนย์ตามแผนฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการทอดแบบสอบถามให้แก่ผู้มารับบริการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-การวัดระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยที่มารับบริการรักษาพยาบาลของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นตัวชี้วัดที่มีค่าเป็นผลลัพธ์ (Out come) ที่สะท้อนถึงคุณภาพการรักษาและการให้บริการของบุคลากรประจำศูนย์เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงมีการดำเนินการ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 7 ศูนย์ โดยมีผลสรุป ดังนี้ โรงพยาบาลกลาง ศูนย์ตรวจและรักษาสายตา ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 187 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมาก จำนวน 181 ราย คิดเป็นร้อยละ 96.79 ศูนย์ผ่าตัดกระดูกและข้อ ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 90 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมาก จำนวน 86 ราย คิดเป็นร้อยละ 95.56 โรงพยาบาลตากสิน ศูนย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 50 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมาก จำนวน 50 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองและสมองเสื่อม ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 74 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากจำนวน 67 ราย คิดเป็นร้อยละ 90.54 ศูนย์โรคเบาหวาน ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 61 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมาก จำนวน 61 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ศูนย์ตรวจรักษาและผ่าตัดผ่านกล้อง ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 118 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมาก จำนวน 117 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.15 ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 98 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากจำนวน 98 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 สรุปภาพรวมผู้ป่วยมีความพึงพอใจระดับ “มาก” ในการบริการรักษาพยาบาลของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 97.35

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-การวัดระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยที่มารับบริการรักษาพยาบาลของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นตัวชี้วัดที่มีค่าเป็นผลลัพธ์ (Out come) ที่สะท้อนถึงคุณภาพการรักษาและการให้บริการของบุคลากรประจำศูนย์เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงมีการดำเนินการ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 7 ศูนย์ โดยมีผลสรุป ดังนี้ โรงพยาบาลกลาง ศูนย์ตรวจและรักษาสายตา ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 348 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมาก จำนวน 337 ราย คิดเป็นร้อยละ 96.84 ศูนย์ผ่าตัดกระดูกและข้อ ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 180 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมาก จำนวน 175 ราย คิดเป็นร้อยละ 97.22 โรงพยาบาลตากสิน ศูนย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 100 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมาก จำนวน 100 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองและสมองเสื่อม ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 191 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากจำนวน 174 ราย คิดเป็นร้อยละ 91.10 ศูนย์โรคเบาหวาน ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 123 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมาก จำนวน 123 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ศูนย์ตรวจรักษาและผ่าตัดผ่านกล้อง ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 280 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมาก จำนวน 279 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.64 ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 176 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากจำนวน 176 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 สรุปภาพรวมผู้ป่วยมีความพึงพอใจระดับ “มาก” ในการบริการรักษาพยาบาลของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 97.57

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-การวัดระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยที่มารับบริการรักษาพยาบาลของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นตัวชี้วัดที่มีค่าเป็นผลลัพธ์ (Out come) ที่สะท้อนถึงคุณภาพการรักษาและการให้บริการของบุคลากรประจำศูนย์เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงมีการดำเนินการ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 7 ศูนย์ โดยมีผลสรุป ดังนี้ โรงพยาบาลกลาง ศูนย์จักษุวิทยา ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 653 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไป จำนวน 633 ราย คิดเป็นร้อยละ 96.94 ศูนย์ผ่าตัดกระดูกและข้อ ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 330 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไป จำนวน 324 ราย คิดเป็นร้อยละ 98.18 โรงพยาบาลตากสิน ศูนย์โรคเบาหวาน ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 293 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไป จำนวน 293 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ศูนย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 182 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไป จำนวน 182 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ศูนย์สมองและหลอดเลือดสมอง ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 353 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไป จำนวน 332 ราย คิดเป็นร้อยละ 94.05 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ศูนย์ตรวจรักษาและผ่าตัดผ่านกล้อง ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 529 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไป จำนวน 528 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.81 ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 305 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไป จำนวน 305 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 สรุปภาพรวม ผู้ป่วยมีความพึงพอใจระดับ “มาก” ในการบริการรักษาพยาบาลของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จำนวน 2,645 ราย มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไป จำนวน 2,597 ราย คิดเป็นร้อยละ 98.19

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(10) จำนวนแนวทางการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
จำนวนแนวทางการปฏิบัติที่เป็นเลิศ  (Best Practice) ของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์

หน่วยนับ :เรื่อง

เป้าหมาย :2.00

ผลงาน :2.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(เรื่อง)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
2.00

100 / 100
2
2.00

100 / 100
3
2.00

100 / 100
4
2.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

สำนักการแพทย์ได้กำหนดหัวข้อวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จำนวน 2 เรื่อง ดังนี้ 1.วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการดำเนินงานด้านคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพสำนักการแพทย์ตามเกณฑ์คลินิกผุ้สูงอายุคุณภาพ ฉบับเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษษ พระบรมราชินีนาถ 2.วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ตามเกณฑ์ Bangkok GREEN &CLEAN Hospital Plus

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

สำนักการแพทย์ได้กำหนดหัวข้อวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จำนวน 2 เรื่อง ดังนี้ 1.วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการดำเนินงานด้านคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพสำนักการแพทย์ตามเกณฑ์คลินิกผุ้สูงอายุคุณภาพ ฉบับเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษษ พระบรมราชินีนาถ 2.วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ตามเกณฑ์ Bangkok GREEN &CLEAN Hospital Plus ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-สำนักการแพทย์ได้กำหนดหัวข้อวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จำนวน 2 เรื่อง ดังนี้ 1.วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการดำเนินงานด้านคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพสำนักการแพทย์ตามเกณฑ์คลินิกผุ้สูงอายุคุณภาพ ฉบับเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษษ พระบรมราชินีนาถ 2.วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ตามเกณฑ์ Bangkok GREEN &CLEAN Hospital Plus ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ให้ความสำคัญกับการยกระดับการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลในสังกัดให้มีแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นผลมาจากการนำความรู้ไปปฏิบัติจริงและนำความรู้หรือประสบการณ์มาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติของโรงพยาบาล โดยมีคำสั่งสำนักการแพทย์ที่ 1077/2561 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อการดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และผู้บริหารได้มอบนโยบายให้ดำเนินการพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในปี 2562 จำนวน 2 เรื่อง ดังนี้ 1. แนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ตามเกณฑ์ Bangkok GREEN & CLEAN Hospital Plus เพื่อส่งเสริมให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์พัฒนาและยกระดับมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้สูงขึ้น เป็นไปตามมาตรฐาน Bangkok GREEN & CLEAN Hospital Plus (BKKGC+) โดยดำเนินการ ดังนี้ 1.1 ประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อกำหนดกิจกรรม 1.2 ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน 1.3 ดำเนินงานกิจกรรมตามที่กำหนด 1.4 ประเมินโครงการและสรุปผลโครงการ 1.5 จัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมฯ 2. แนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ เรื่องการวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยบริการ (Unit Cost) เป็นการศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ต้นทุนทางบัญชี และต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ในมิติของงานบริหาร งานบริการและงานวิชาการ เพื่อวางแผนและพัฒนาส่วนราชการให้มีความหลากหลาย สามารถสร้างความเป็นเลิศบนฐานงบประมาณที่จัดสรรตามเหตุผลความจำเป็น และข้อมูลที่แท้จริง โดยดำเนินการ ดังนี้ 2.1 คณะกรรมการ และคณะทำงานฯ ประชุมวางแผนการดำเนินงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดทำต้นทุนต่อหน่วยบริการ (Unit Cost) ของแต่ละโรงพยาบาล 2.2 นำข้อมูลมาสรุปและวิเคราะห์ร่วมกัน 2.3 จัดทำคู่มือการจัดทำต้นทุนต่อหน่วยบริการ (Unit Cost) สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(11) ร้อยละความสำเร็จในการผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพ โรงพยาบาล
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
ร้อยละความสำเร็จในการผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพ โรงพยาบาล

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :100.00

ผลงาน :100.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
100.00

100 / 100
3
100.00

100 / 100
4
100.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

1. ติดตามประเมินผลลัพท์ทางคลินิกของทีมนำ 2. สรุปรวบรวมข้อมูลปีงบประมาณ 2561 เพื่อปรับเพิ่มเติมในเอกสารรายงานประเมินตนเอง 3. จัดทีมและตารางการเยี่ยมสำรวจภายใน

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เข้าเยี่ยมสำรวจเพื่อต่ออายุการรับรอง กระบวนการคุณภาพสถานพยาบาล (Re Accreditation) ครั้งที่ 4 ในวันที่ 17-18 มกราคม 2562 ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมและส่งเอกสารเพิ่มเติมไปยังสรพ.

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-ได้ส่งหนังสือแสดงความจำนงเพื่อขอรับการรับรองกระบวนการคุณภาพ สถานพยาบาลไปถึงสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 - สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาลได้เข้าเยี่ยมสำรวจ เพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพซ้ำ (Re Accreditation) ครั้งที่ 4 ในวันที่ ในวันที่ 17-18 มกราคม 2562 ได้ปรับแก้เอกสาร SAR 2018 part IV -ผลลัพธ์ทางคลินิก และกำหนดแผนการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะด้านการบริหารความเสี่ยง ด้านระบบยา และด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มงานพยาธิวิทยา ส่งให้ สรพ.ในวันที่ 18 มีนาคม 2562 โดยมีผลการประเมิน โดยมีผลผ่านการประเมิน จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล องค์การมหาชน (สรพ.) มีระยะเวลาในการรับรอง ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2562 – 22 เมษายน 2565

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลถือเป็นการดำเนินงานที่มีสำคัญตามยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาโดยกำหนด กลยุทธ์เร่งรัดการพัฒนาโรงพยาบาลเพื่อให้บริการประชาชนแบบครบวงจรและมีคุณภาพเทียบได้กับมาตรฐานสากล โดยโรงพยาบาลจะต้องผ่านการประเมินคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน (HA) โดยมีสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.) เป็นหน่วยงานผู้ประเมิน ต่อมาได้มีการปรับเป็นแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2556–2575) ได้กำหนดกลยุทธ์ส่งเสริมการเข้าถึงระบบบริการและมาตรฐานบริการสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไว้ในประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 1 “มหานครปลอดภัย” โดยในปี 2562 ผลการประเมินคุณภาพโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้ง 8 แห่ง ตามตัวชี้วัด มีดังนี้ โรงพยาบาลกลาง ได้มีการเตรียมความพร้อม เพื่อขอรับการตรวจประเมินรับรองคุณภาพ (Re - accreditation ) ครั้งที่ 4 ตามมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ฉบับที่ 4 ของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) อย่างต่อเนื่องทุกระบบงานสำคัญต่างๆ ในโรงพยาบาล และทีมนำทางคลินิก โดยได้จัดส่งรายงานการประเมินตนเองระดับโรงพยาบาล รายงานความก้าวหน้าตามข้อเสนอแนะ รายงานการประเมินตนเองของทีมนำเฉพาะด้าน และทีมนำทางคลินิกและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) และคณะอาจารย์ผู้ตรวจเยี่ยม เพื่อขอรับรองคุณภาพซ้ำตามแผนการดำเนินงานของโรงพยาบาล และแผนปฏิบัติราชการของสำนักการแพทย์ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เข้าตรวจเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพ (Re Accreditation) ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 17 – 18 มกราคม 2562 และประกาศผลเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาลให้กับโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2562 – วันที่ 22 เมษายน 2565 โรงพยาบาลอื่นๆ ในสังกัดทุกแห่ง โรงพยาบาลตากสิน สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เข้าตรวจเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาลให้กับโรงพยาบาล (Re Accreditation) ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 13 – 14 กรกฎาคม 2559 โดยมีผลผ่านการประเมิน มีระยะเวลาในการรับรอง ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2560 – 23 มกราคม 2563 ปัจจุบันผ่านการประเมินเฉพาะโรคหรือระบบ (Disease Specific Certification - DSC) การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ซึ่งมีระยะเวลาการรับรอง ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 – 25 กุมภาพันธ์ 2565 รับกิตติกรรมประกาศ “มาตรฐานการรับรองเฉพาะโรค – การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) มอบโดย นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในงาน HA National Forum ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี โรงพยาบาลได้มีการเตรียมความพร้อมในการเข้ารับการรับรอง Re Accreditation ครั้งที่ 4 ในปีงบประมาณ 2563 อย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เข้าตรวจเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาลให้กับโรงพยาบาล (Re Accreditation) ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 8 - 9 ธันวาคม 2559 โดยมีผลผ่าน การประเมิน มีระยะเวลาในการรับรอง ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2560 – วันที่ 23 มกราคม 2563 ผ่านการประเมินเฉพาะโรคหรือระบบ (Disease Specific Certification - DSC) จำนวน 3 โรค ได้แก่ การผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) การผ่าตัด เนื้องอกมดลูก (Laparoscopic Myomectomy) และการผ่าตัดถุงน้ำที่รังไข่ (Laparoscopic Cystectomy) จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ซึ่งมีระยะเวลาการรับรอง ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2562 – วันที่ 5 มีนาคม 2565 รับกิตติกรรมประกาศ “มาตรฐานการรับรองเฉพาะโรค – ห้องผ่าตัดผ่านกล้องสำหรับการผ่าตัดมดลูก การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก และการผ่าตัดถุงน้ำที่รังไข่” จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) มอบโดย นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในงาน HA National Forum ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี โรงพยาบาลได้มีการเตรียมความพร้อมในการเข้ารับการรับรอง Re Accreditation ครั้งที่ 4 ในปีงบประมาณ 2563 อย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เข้าตรวจเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาลให้กับโรงพยาบาล (Re Accreditation) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 17 - 18 สิงหาคม 2560 โดยมีผลผ่านการประเมิน มีระยะเวลาในการรับรอง ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 – วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 เข้ารับการประเมินเฉพาะโรคหรือระบบ (Disease Specific Certification - DSC) เอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) โดยมีการลงเยี่ยมในแต่ละหน่วยงานของโรงพยาบาล และสัมภาษณ์ทีมนำ เมื่อวันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2562 และอยู่ระหว่างการปรับปรุงเอกสารตามข้อเสนอแนะของคณะเยี่ยมสำรวจ และรอประกาศผลการประเมินอย่างเป็นทางการ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เข้าตรวจเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพ (Re Accreditation) ครั้งที่ 2 ในวันที่ 18 – 19 เมษายน 2562 และ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาล โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เข้าตรวจเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาลให้กับโรงพยาบาล (Re Accreditation) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 - 20 เมษายน 2561 โดยมีผลผ่านการประเมิน มีระยะเวลาในการรับรอง ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 – วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เข้าตรวจเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาลให้กับโรงพยาบาล (Re Accreditation) ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 17 - 18 ตุลาคม 2560 โดยมีผลผ่านการประเมิน มีระยะเวลาในการรับรอง ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2560 – วันที่ 18 ธันวาคม 2563 โรงพยาบาลสิรินธร สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เข้าตรวจเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาลให้กับโรงพยาบาล (Re Accreditation) ครั้งที่ 2 มีระยะเวลาในการรับรอง ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2560 – วันที่ 12 มิถุนายน 2563 โรงพยาบาลได้มีการเตรียมความพร้อมในการเข้ารับการรับรอง Re Accreditation ครั้งที่ 3 ในปีงบประมาณ 2563 อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ได้มีการประเมินหลังการรับรองอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเมินเฝ้าระวัง (Surveillance Survey) เป็นการประเมินตามกำหนดเวลาทุก 6 - 12 เดือน โดยเน้นประเด็นสำคัญหรือประเด็นที่มีแนวโน้มจะมีปัญหาในภาพรวม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับโรงพยาบาลในการเข้ารับการรับรองกระบวนการคุณภาพ Re Accreditation โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ยังได้มีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดกิจกรรมการเยี่ยมสำรวจภายในระบบงานสำคัญ และกระบวนการดูแลผู้ป่วย รวมถึงการอบรมพัฒนาบุคลากรหลักสูตรต่างๆที่สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) รวมถึงสถาบันอื่นได้จัดการอบรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพ อาทิ เรื่องมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (HA) มาตรฐานการจัดอาชีวอนามัยในสถานพยาบาล ระบบสารสนเทศ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานพัฒนาคุณภาพต่างๆ และโรงพยาบาลในสังกัดทั้ง 8 แห่งเป็นสมาชิกโครงการเปรียบเทียบตัวชี้วัด (THIP II) ของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เพื่อเป็นการเทียบเคียงผลการพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาลกับองค์กรภายนอก นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลต่อไป

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(12) ระดับความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิระดับสูงและระดับตติยภูมิระดับสูง
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
ระดับความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิระดับสูงและระดับตติยภูมิระดับสูง

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :50.00

ผลงาน :50.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
16.67

100 / 100
2
16.67

100 / 100
3
16.67

100 / 100
4
50.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

1. โครงการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์โรงพยาบาลตากสิน ขั้นตอนที่ 1 อยู่ระหว่างเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นชอบดำเนินการจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ คิดเป็นร้อยละ 30 ขั้นตอนที่ 2 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ) เห็นชอบดำเนินการจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ และประกาศประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรกนิกส์(e-bidding) คิดเป็นร้อยละ 60 2. ก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระกรุงเทพมหานคร ขั้นตอนที่ 1 อยู่ระหว่างของบกลาง เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 5 3. โครงการก่อสร้างอาคารเวชภัณฑ์กลางและหน่วยงานสนับสนุนโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ขั้นตอนที่ 1 งานรื้อถอนติดตั้งใหม่ คิดเป็นร้อยละ 5 - ดำเนินการรื้อถอนอาคาร - เดือนพฤศจิกายน 2561 กั้นพื้นที่บริเวณก่อสร้างอาคารฯ เริ่มวันที่ 15 พ.ย. 2561, รื้อทุบอาคารหอพัก 3 ชั้น เริ่มวันที่ 19 พ.ย. 2561 เดือนตุลาคม 2561 ผู้รับจ้างส่งรายงานการเจาะสำรวจดิน โครงการก่อสร้างอาคารเวชภัณฑ์กลางฯเสร็จ 100%, ขนย้ายเครื่องนึ่ง เครื่องอบแก๊ส เครื่องล้าง เสร็จ 100%, ก่อสร้างสำนักงานสนาม และส่วนประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นเสร็จ 5% - เดือน ธันวาคม 2561 - การรื้อถอนอาคารหอพัก อยู่ระหว่างอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณารายงานการขออนุมัติรื้อถอนพัสดุ - ก่อสร้างสำนักงานสนาม และส่วนประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นเสร็จ 70% เดือนพฤศจิกายน 2561 - ผู้รับจ้างดำเนินการปิดล้อมรั้ว เริ่มวันที่ 20 พ.ย.2561 - ก่อสร้างสำนักงานสนาม และส่วนประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นเสร็จ 60% - โรงพยาบาลขออนุมัติแก้ไขสัญญาฯ (การแบ่งงวดงานและงวดเงิน) ส่งสนพ. วันที่ 28 พ.ย. 2561 4. โครงการก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ 10 ชั้น โรงพยาบาลสิรินธร 1. ประสานสำนักการโยธาเพื่อขอแผนก่อสร้าง 2. ประสานขอแบบจากสำนักการโยธา 5. โครงการเปิดให้บริการ OPD ชั่วคราวโรงพยาบาลบางนา ขั้นตอนที่ 1 การก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) ชั่วคราว ผู้รับจ้างบริษัท เจ.บราเธอร์ คอนสตรัคชั่น จำกัด - เริ่มต้นสัญญาวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 5 มกราคม 2562 - ระยะเวลาก่อสร้าง 240 วัน - วงเงินก่อสร้าง 38,400,000 บาท - ก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) ประกอบด้วย อาคารชั้นเดียว ยกใต้ถุนสูง 2.80 เมตร กว้าง 25.80 เมตร ยาว 75 เมตร(พื้นที่ใช้สอยประมาณ 1,935 ตร.ม.ความก้าวหน้า ณ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 - ผลงานที่ทำได้ 87.51 % - แผนงานก่อสร้าง 94.00 % - เร็ว / ช้ากว่าแผนงาน - 6.49 % หมายเหตุ : ส่วนที่ล่าช้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายใน ซึ่งสามารถส่งของทั้งหมดภายในวันที่ 5 ธค. 61 นี้ ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมการด้านบุคลากร - กรอบอัตรากำลังของโรงพยาบาลบางนา ทั้งสิ้น 29 ตำแหน่ง - ปัจจุบันมีแล้ว 13 ตำแหน่ง หมายเหตุ : การดำเนินการในช่วงแรกใช้บุคลากรจากโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์มาช่วยในการดำเนินการ ขั้นตอนที่ 3 การเตรียมการด้านพัสดุ - ครุภัณฑ์สำนักงาน 13 รายการ - ดำเนินการจัดซื้อเรียบร้อยแล้ว ดำเนินการขนย้ายเสร็จภายใน 11 ธค. 61 ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ - 34 รายการ : ดำเนินการจัดซื้อเรียบร้อยแล้ว ส่งมอบภายใน 11 ธค. 61 - 7 รายการ ดำเนินการโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ( e-bidding) ดำเนินการ เสร็จสิ้น ภายในเดือน เมย.62 โดยการเปิดบริการช่วงแรกได้รับการสนับสนุน ดังนี้ - รถพยาบาล จากศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร - ยูนิตทันตกรรม ใช้ Mobile Unit จากสำนักอนามัย - ครุภัณฑ์ทางการแพทย์อื่นๆ จากโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เปิดบริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น. ประกอบด้วย 2 ระบบงานหลัก ได้แก่ - ระบบงานบริการผู้ป่วยนอก - ระบบงานบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ในเรื่อง - การวางแผน การเตรียมทีม - การจัดเตรียมระบบการปรึกษาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ขั้นตอนที่ 4 การเตรียมการด้านสารสนเทศ ขั้นตอนที่ 5 เปิดให้บริการ ปิด OPD รพ.บางนากรุงเทพมหานคร ของขวัญปีใหม่เพื่อประชาชน เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 61 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการแพทย์ เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป โดยมี นพ.พิชญา นาควัชระ (รองปลัดกรุงเทพมหานคร) คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการแพทย์ นำโดย นพ.สมชาย จึงมีโชค (รักษาราชการผู้อำนวยการสำนักการแพทย์) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร ถนนสรรพาวุธ แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดบริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นที่ฝั่งใต้ของกรุงเทพมหานครให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางไปรับบริการตรวจรักษา รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลสถานพยาบาล โดยโรงพยาบาลดังกล่าวครอบคลุมการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในพื้นที่เขตบางนา เขตพระโขนง เขตสวนหลวง เขตวัฒนา เขตประเวศ เขตคลองเตย อ.สมุทรปราการ อ.บางพลี อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมประชากรที่จะได้รับประโยชน์จากการได้รับบริการทางการแพทย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประมาณ 1,124,530 คน โดยการเปิดให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร จะเปิดให้บริการรักษาโรคทั่วไป (ผู้ป่วยนอก) และบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินทุกวัน ในวันและเวลาราชการ (จ-ศ เวลา 08.00-16.00น.) ตรวจสุขภาพเด็กดี ในวันอังคาร เวลา 13.00-16.00 6.โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลคลองสามวา ขอยู่ระหว่างสำนักการโยธาออกแบบ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-1. โครงการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์โรงพยาบาลตากสิน ขั้นตอนที่ 2 คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์โรงพยาบาลตากสิน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (E-bidding) ตรวจสอบเอกสารของผู้ยื่นข้อเสนอราคาฯ - คณะกรรมการฯ ขอขยายการพิจารณาผลการประกวดราคาฯครั้งที่ 2 เนื่องเอกสารมีปริมาณมาก 2. ก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระกรุงเทพมหานคร ขั้นตอนที่ 1 อยู่ระหว่างของบกลาง เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 5 3. โครงการก่อสร้างอาคารเวชภัณฑ์กลางและหน่วยงานสนับสนุนโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ขั้นตอนที่ 2 งานรื้อถอนอาคาร ร้อยละ 10 เดือน มกราคม 2562 ผู้รับจ้างเริ่มดำเนินการรื้อถอนอาคารเวชภัณฑ์กลาง,หมวดซ่อมบำรุง, ห้องผ้า, ผอ.สนพ.อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณารายงานการขออนุมัติรื้อถอนพัสดุ, งานก่อสร้างสำนักงานสนาม และส่วนประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นเสร็จ 71% เดือน กุมภาพันธ์ อยู่ระหว่างจัดทำประกาศขายทอดตลาด, ผอ.สนพ.อนุมัติให้จำหน่ายอาคาร โดยวิธีขายทอดตลาด และแต่งคณะกรรมการขายทอดตลาด, งานก่อสร้างสำนักงานสนาม และส่วนประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นเสร็จ 80% เดือน มีนาคม 2562 -อยู่ระหว่างดำเนินการประกาศขายทอดตลาด, - รื้อถอนอาคาร เสร็จ 100%, - งานก่อสร้างสำนักงานสนาม และส่วนประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นเสร็จ 80% 4. โครงการก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ 10 ชั้น โรงพยาบาลสิรินธร ขั้นตอนที่ 1 แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดรูปแบบรายการ คิดเป็นร้อยละ 20 5. โครงการเปิดให้บริการ OPD ชั่วคราวโรงพยาบาลบางนา ขั้นตอนที่ 3 การเตรียมการด้านพัสดุ รายการครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 41 รายการ -7 รายการ ดำเนินการโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ( e-bidding) อยู่ระหว่างทำสัญญาและอยู่ระหว่างส่งของโรงพยาบาล วงเงิน 13,195,000 บาท ดังนี้ 1.รถพยาบาลฉุกเฉินระดับสูง จำนวน 1 คัน วงเงิน 2,200,000 บาท 2.ยูนิตทันตกรรมระบบไฮดรอริกซ์ชนิดให้แสงสว่างที่ปลายหัวกรอทุกชนิด จำนวน 1 เครื่อง วงเงิน 980,000 บาท 3.เครื่องเอกซเรย์พร้อมอุปกรณ์แปลงสัญญาณภาพรังสีเป็นระบบดิจิตอลและอุปกรณ์เชื่อมต่อภาพทางการแพทย์ จำนวน 1 ชุด 7,500,000 บาท 4.เครื่องเอกซเรย์ฟันเฉพาะซี่แบบเก้าอี้นั่ง พร้อมชุดอ่านและแปลงสัญญาณภาพดิจิตอลสำหรับทันตกรรม จำนวน 1 ชุด วงเงิน 590,000 บาท 5.เครื่องอบนึ่งฆ่าเชื้อด้วยระบบไอน้ำอัตโนมัติ ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 85 ลิตร จำนวน 1 เครื่อง วงเงิน 545,000 บาท 6. เครื่องตรวจทางเคมีคลินิกอัตโนมัติ จำนวน 1 เครื่อง วงเงิน 750,000 บาท 7.เครื่องตรวจนับเม็ดเลือดอัตโนมัติ จำนวน 1 เครื่อง วงเงิน 630,000 บาท ดำเนินการส่งของเรียบร้อยแล้ว จำนวน 52 รายงาน วงเงิน 8,041,480 บาท รายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. รายการครุภัณฑ์ทางการแพทย์ 34 รายการ วงเงิน 2,69,885 บาท 2. ครุภัณฑ์สำนักงาน 13 รายการ วงเงิน 314,500 บาท 3.งานจ้าง 5 รายการ วงเงิน 5,457,095 บาท เปิดบริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น. ประกอบด้วย 2 ระบบงานหลัก ได้แก่ - ระบบงานบริการผู้ป่วยนอก - ระบบงานบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ในเรื่อง - การวางแผน การเตรียมทีม - การจัดเตรียมระบบการปรึกษาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เปิด OPD รพ.บางนากรุงเทพมหานคร ของขวัญปีใหม่เพื่อประชาชน เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 61 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการแพทย์ เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป โดยมี นพ.พิชญา นาควัชระ (รองปลัดกรุงเทพมหานคร) คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการแพทย์ นำโดย นพ.สมชาย จึงมีโชค (รักษาราชการผู้อำนวยการสำนักการแพทย์) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร ถนนสรรพาวุธ แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดบริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นที่ฝั่งใต้ของกรุงเทพมหานครให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางไปรับบริการตรวจรักษา รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลสถานพยาบาล โดยโรงพยาบาลดังกล่าวครอบคลุมการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในพื้นที่เขตบางนา เขตพระโขนง เขตสวนหลวง เขตวัฒนา เขตประเวศ เขตคลองเตย อ.สมุทรปราการ อ.บางพลี อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมประชากรที่จะได้รับประโยชน์จากการได้รับบริการทางการแพทย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประมาณ 1,124,530 คน โดยการเปิดให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร จะเปิดให้บริการรักษาโรคทั่วไป (ผู้ป่วยนอก) และบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินทุกวัน ในวันและเวลาราชการ (จ-ศ เวลา 08.00-16.00น.) ตรวจสุขภาพเด็กดี ในวันอังคาร เวลา 13.00-16.00 6.โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลคลองสามวา ขั้นตอนที่ 3 อยู่ระหว่างคณะกรรมการกำหนดรูปแบบรายการ คิดเป็นร้อยละ 30

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-1. โครงการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์โรงพยาบาลตากสิน ขั้นตอนที่ 2 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) เห็นชอบรายงานผลการพิจารณาและอนุมัติจ้างบริษัท อีเอ็มซี จำกัด(มหาชน) ทำการก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ โรงพยาบาลตากสิน เป็นเงิน 2,087,038,617.76 บาท รายละเอียดตามหนังสือสำนักการคลัง ที่ กท 1305/2373 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 คิดเป็นร้อยละ 60 2. ก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระกรุงเทพมหานคร ขั้นตอนที่ 1 ได้รับการจัดสรรงบกลางเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างสรรหาผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 5 3. โครงการก่อสร้างอาคารเวชภัณฑ์กลางและหน่วยงานสนับสนุนโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ขั้นตอนที่ 4 งานเจาะเสาเข็ม 100%, งานขุดดิน ตัดเข็ม ผูกเหล็กฐานราก+เทคอนกรีตฐานราก 61% - งานโครงสร้าง 19.06% - ติดตั้งทาวเวอร์เครน บริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เมื่อวันที่ 8-9 มิถุนายน 2562 คิดเป็นร้อยละ 35 4. โครงการก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ 10 ชั้น โรงพยาบาลสิรินธร ขั้นตอนที่ 2 อยู่ระหว่างประกาศประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ 10 ชั้น โรงพยาบาลสิรินธร ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 11 กรกฎาคม 2562 ยื่นเสนอราคา วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 คิดเป็นร้อยละ 60 5. โครงการเปิดให้บริการ OPD ชั่วคราวโรงพยาบาลบางนา ขั้นตอนที่ 3 การเตรียมการด้านพัสดุ 2 รายการ ดำเนินการโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ( e-bidding) อยู่ระหว่างส่งของโรงพยาบาล วงเงิน 8,045,000.- บาท ดังนี้ 1. เครื่องเอกซเรย์พร้อมอุปกรณ์แปลงสัญญาณภาพรังสีเป็นระบบดิจิตอลและอุปกรณ์เชื่อมต่อภาพทางการแพทย์ จำนวน 1 ชุด 7,500,000 บาท 2. เครื่องอบนึ่งฆ่าเชื้อด้วยระบบไอน้ำอัตโนมัติ ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 85 ลิตร จำนวน 1 เครื่อง วงเงิน 545,000 บาท ดำเนินการส่งของเรียบร้อยแล้ว จำนวน 57 รายงาน วงเงิน 18,641,365 บาท รายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. รายการครุภัณฑ์ทางการแพทย์ 39 รายการ วงเงิน 7,419,885 บาท 2. ครุภัณฑ์สำนักงาน 13 รายการ วงเงิน 314,500 บาท 3.งานจ้าง 5 รายการ วงเงิน 5,457,095 บาท กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดบริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นที่ฝั่งใต้ของกรุงเทพมหานครให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางไปรับบริการตรวจรักษา รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลสถานพยาบาล โดยโรงพยาบาลดังกล่าวครอบคลุมการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในพื้นที่เขตบางนา เขตพระโขนง เขตสวนหลวง เขตวัฒนา เขตประเวศ เขตคลองเตย อ.สมุทรปราการ อ.บางพลี อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมประชากรที่จะได้รับประโยชน์จากการได้รับบริการทางการแพทย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประมาณ 1,124,530 คน โดยการเปิดให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร จะเปิดให้บริการรักษาโรคทั่วไป (ผู้ป่วยนอก) และบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินทุกวัน ในวันและเวลาราชการ (จ-ศ เวลา 08.00-16.00น.) ตรวจสุขภาพเด็กดี ในวันอังคาร เวลา 13.00-16.00 6.โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลคลองสามวา ขั้นตอนที่ 3 อยู่ระหว่างคณะกรรมการกำหนดรูปแบบรายการ คิดเป็นร้อยละ 30

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ได้พัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิระดับสูงและระดับตติยภูมิระดับสูง ทางด้านกายภาพเพื่อให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ยกระดับเป็นโรงพยาบาลระดับสูงขึ้นดังนี้ 1. โครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์โรงพยาบาลตากสิน งบประมาณทั้งโครงการ 2,113,500,000.-บาท ระยะเวลาการดำเนินการ 4 ปี (2561 – 2564) โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่ใกล้เคียง โดยการเพิ่มศักยภาพในหน่วยงานต่าง ๆ เช่นห้องตรวจผู้ป่วยนอกแยกตามสาขาต่าง ๆ เป็นสัดส่วนและมีสถานที่นั่งรอตรวจที่เหมาะสมและเพียงพอ เป็นต้น 2. เพื่อลดความแออัดของสถานที่ให้บริการผู้ป่วยและสามารถจัดการสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมสุขภาพ (Healing Environment) 3. เพื่อพัฒนาการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนของโรงพยาบาลให้ได้อย่างครบวงจรทั้งด้านการป้องกันโรค การส่งเสริม การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ 4. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรของโรงพยาบาลในการปฏิบัติงานในสิ่งแวดล้อมที่ดีเหมาะสม เอื้อต่อการปฏิบัติงาน ส่งผลให้เกิดขวัญและกำลังใจ เกิดความภาคภูมิใจ เกิดความยึดมั่นผูกพันและความเชื่อมั่นในศักยภาพของโรงพยาบาล โรงพยาบาลตากสิน ได้มีการดำเนินการ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ 1. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นชอบ - ดำเนินการจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ โรงพยาบาลตากสิน รายละเอียดตามหนังสือที่ 61/2562 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2562 เรื่องรายงานผลการพิจารณางานจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ โรงพยาบาลตากสิน 2. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอนุมัติจัดจ้าง โครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์โรงพยาบาลตากสิน - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์) ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เห็นชอบรายงานผลการพิจารณาและอนุมัติจ้างบริษัท อีเอ็มซี จำกัด (มหาชน) ทำการก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์โรงพยาบาลตากสิน เป็นเงิน 2,087,038,617.76 บาท กำหนดแล้วเสร็จภายใน 1,460 วัน นับจากวันลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้าง รายละเอียดตามหนังสือสำนักการคลังที่ กท 1305/2373 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 3. ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครลงนามในสัญญา - รองปลัดกรุงเทพมหานคร (นายพิชญา นาควัชระ) ได้ลงสัญญาจ้างแล้ว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 - สัญญาเลขที่ รพต.107/2562 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2562 โดยกำหนดก่อสร้างภายใน 1,460 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผลการดำเนินงาน สามารถดำเนินการตาม ขั้นตอนและกรอบระยะเวลาที่กำหนดในปี 2562 ครบทั้ง 3 ขั้นตอน คิดเป็นร้อยละ 100 2. รายการก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร งบประมาณทั้งโครงการ 9,200,000.-บาท ระยะเวลาการดำเนินการ 120 วัน เป็น มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อก่อสร้างอาคารชั่วคราว 2. เพื่อใช้เป็นสถานที่รองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ได้มีการดำเนินการ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ 1. ขออนุมัติงบกลาง - สำนักงบประมาณได้อนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนงานงานด้านสาธารณสุข เป็นเงิน 9,200,000.-บาท ให้สำนักการแพทย์ งานรักษาพยาบาล โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานครเพื่อก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระบังฯ โดยเบิกจ่ายในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง (ค่าที่ดินฯ) รายละเอียดตามหนังสือที่ กท 1908/00469 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2562 2. ประกาศแผนการจัดซื้อ - กรุงเทพมหานครได้ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 3. เห็นชอบถึงพิจารณาผลการประกวดราคาฯ ถึงอนุมัติจัดจ้าง - โรงพยาบาลลาดกระบังฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการในการดำเนินการก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ดังนี้ 1. คณะกรรมการจัดทำรูปแบบรายการก่อสร้างอาคารชั่วคราว โรงพยาบาลลาดกระบังฯ รายละเอียดตามหนังสือที่ กท 0610/872 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2562 2. คณะกรรมการประมาณราคากลางรายการก่อสร้างอาคารชั่วคราว โรงพยาบาลลาดกระบังฯ รายละเอียดตามหนังสือที่ กท 0610/876 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2562 - คณะกรรมการราคากลางประกาศราคากลางในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างรายการก่อสร้างอาคารชั่วคราว โรงพยาบาลลาดกระบัง-กรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยกำหนดซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกศ์ ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ถึง วันที่ 8 สิงหาคม 2562 และกำหนดยื่นข้อเสนอและเสนอราคาฯ วันที่ 9 สิงหาคม 2562 โดยมีผู้มาขอซื้อยื่นแบบ จำนวน 4 ราย ได้แก่ 1. บริษัท วัฒนาพัฒนา คอนสตรัคชั่น จำกัด 2. บริษัท มานะพร คอนสตรัคชั่น จำกัด 3. บริษัท ดูอิ้ง - เวล คอนสตรัคชั่น จำกัด 4. บริษัท คิว.เอ็ม แอร์ เอ็นจิเนียริ่ง เซอรวิส จำกัด แต่ไม่มีผู้เสนอราคามายื่นเสนอราคา รายละเอียดตามประกาศกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 - ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาจ้างก่อสร้างรายการก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระบังฯ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เนื่องจากไม่มีผู้ยื่นเอกสารเสนอราคารายการก่อสร้างอาคารชั่วคราวโรงพยาบาลลาดกระบังฯ รายละเอียดตามประกาศโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2562 - ขณะนี้อยู่ระหว่างให้คณะกรรมการราคากลางทบทวนราคากลางอีกครั้ง เพื่อทำการจัดจ้างโดยกระบวนการพัสดุ ต่อไป 4. พิจารณาผลการประกวดราคา ฯ ถึงอนุมัติจัดจ้าง 5. อนุมัติจัดซื้อถึงลงนามสัญญา 6. ผู้รับจ้างดำเนินการฯ ผลการดำเนินงาน สามารถดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาที่กำหนดในปี 2562 ทั้งหมด 6 ขั้นตอน ดำเนินการได้ 3 ขั้นตอน คิดเป็นร้อยละ 50 3. โครงการก่อสร้างอาคารเวชภัณฑ์กลางและหน่วยงานสนับสนุน โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ งบประมาณทั้งโครงการ 34,875,000.-บาท ระยะเวลาการดำเนินการ 3 ปี (2561-2563) มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเพิ่มศักยภาพในหน่วยงานต่างๆ เช่น งานเวชภัณฑ์กลาง งานซ่อมแซม 2. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรของโรงพยาบาลในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เอื้อต่อการปฏิบัติงานส่งผลให้เกิดขวัญและกำลังใจ รวมถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติงานในโรงพยาบาล โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ได้มีการดำเนินการ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ 1. งานรื้อถอนย้ายติดตั้งใหม่ - ดำเนินการรื้อถอน ขนย้ายเครื่องนึ่ง เครื่องอบแก๊ส เครื่องล้างเครื่องมือ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2561 และดำเนินการติดตั้งเครื่องนึ่ง เครื่องอบแก๊ส เครื่องล้างเครื่องมือแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 - ผู้รับจ้างก่อสร้างรั้วชั่วคราวปิดกั้นพื้นที่รอบโครงการ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 2. งานรื้อถอนอาคาร - สำนักการแพทย์อนุมัติให้รื้อถอนอาคาร จำนวน 2 รายการ ประกอบด้วย อาคารหอพักพยาบาล และอาคารเวชภัณฑ์กลาง รายละเอียดตามหนังสือสำนักการแพทย์ที่ กท 0601/2149 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2561 - โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างอาคารเวชภัณฑ์กลางให้กับบริษัท ไอเอสโอ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด รายละเอียดตามหนังสือโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ที่ กท 0611/13074 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2561 - บริษัท ไอเอสโอ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ดำเนินการรือถอนอาคารหอพักพยาบาลและอาคารเวชภัณฑ์กลาง และส่งคืนวัสดุที่รือถอนให้กับโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ รายละเอียดตามหนังสือบริษัท ไอเอสโอ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ที่ K224 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 และหนังสือที่ k 226 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 3. งานขุดเจะดินและวางเสาเข็ม - บริษัท ไอเอสโอ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ดำเนินการขุดเจาะดิน และวางเสาเข็ม จำนวน 64 ต้น แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 4. งานก่อสร้างฐานราก คสล. - บริษัท ไอเอสโอ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ดำเนินการก่อสร้างฐานราก คสล. แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 5. งานโครงสร้าง ชั้น 1 – ชั้น 7 - บริษัท ไอเอสโอ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างอาคาร ดังนี้ - ชั้นที่ 1 ประกอบด้วย เสา คาน พื้น และลิฟต์ คสล. แล้วเสร็จวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ส่งมอบงานงวดที่ 1 และงวดที่ 2 ตามหนังสือบริษัท ไอเอสโอ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัดที่ k225.037 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 คณะกรรมการตรวจรับงานงวดที่ 1 และงวดที่ 2 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 และรายงานผลการตรวจรับงานจ้างให้หัวหน้าหน่วยงานทราบและสั่งการรายละเอียดตามหนังสือราชพิพัฒน์ ที่ กท 0611/8082 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 - ชั้นที่ 2 ประกอบด้วย เสา คาน พื้น บันได และลิฟต์ คสล. แล้วเสร็จวันที่ 10 สิงหาคม ชั้นที่ 3 ประกอบด้วย เสา คาน พื้น บันได และลิฟต์ คสล. แล้วเสร็จวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ผลการดำเนินงาน สามารถดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาที่กำหนดในปี 2562 ทั้งหมด 5 ขั้นตอน อยู่ระหว่างดำเนินการ ขั้นตอนที่ 5 คิดเป็นร้อยละ 66.67 4. โครงการก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ 10 ชั้น โรงพยาบาลสิรินธร งบประมาณทั้งโครงการ 17,000,000.-บาท ระยะเวลาการดำเนินการ 2 ปี (2562-2563) เป็นโครงการก่อสร้างที่มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อให้มีพื้นจอดรถยนต์ที่สามารถรองรับระบบการให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และจัดระบียบการจราจรภายในโรงพยาบาลได้อย่างมีศักยภาพโดยเน้นระบบการให้บริการผู้ป่วยเป็นสำคัญ 2. เพื่อจัดวางระบบการจอดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานและพักอาศัยในหอพักของโรงพยาบาลได้โดยไม่กระทบระบบการให้บริการประชาชน 3. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล 4. เพื่อเพิ่มโอกาสและขยายการให้บริการประชาชนที่มารับบริการ โรงพยาบาลสิรินธร ได้มีการดำเนินการ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ 1. แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดแบบรูปรายการ/ ขอบเขตของงาน/ราคากลาง - ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแบบรูปแบบรายการงานก่อสร้างและคณะกรรมการกำหนดราคากลางโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ 10 ชั้นโรงพยาบาลสิรินธร รายละเอียดตามหนังสือที่ พส.1351/2562 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 2. เห็นชอบแบบรูปรายการ/ขอบเขตของงาน/ราคากลาง - ดำเนินการขอความเห็นชอบแบบรูปรายการงานก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ 10 ชั้น โรงพยาบาลสิรินธร ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) รายละเอียดตามหนังสือที่ พส.2345/2562 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 - รายงานผลราคากลางงานก่อสร้าง รายการโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ 10 ชั้น โรงพยาบาลสิรินธร ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) รายละเอียดตามหนังสือที่ พส.2346/2562 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 3. รายงานขอซื้อขอจ้างและประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ - รายงานขอจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ 10 ชั้น โรงพยาบาล สิรินธร ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) รายละเอียดตามหนังสือที่ กท.1305/2873 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ผลการดำเนินงาน สามารถดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาที่กำหนดในปี 2562 ทั้งหมด 3 ขั้นตอน คิดเป็นร้อยละ 100 5. โครงการเปิดให้บริการ OPD ชั่วคราวโรงพยาบาลบางนา งบประมาณ 21,212,405.- บาท เป็นเงินนอกงบประมาณประเภทเงินบำรุงโรงพยาบาลของ สำนักการแพทย์ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการให้บริการทางการแทพย์ สำหรับการเปิดให้บริการทางการแพทย์ที่อาคารผู้ป่วยนอก (OPD) ชั่วคราว 2. เพื่อให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการให้บริการประชาชนที่เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานครที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 3. เพื่อให้ประชาชนในเขตบางนาและพื้นที่ใกล้เคียงได้รับบริการทางการแพทย์ ตลอดจนการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค รวมถึงการบำบัดรักษาที่มีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร ได้มีการดำเนินการ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ 1. การก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) ชั่วคราว - กรุงเทพมหานครได้ทำสัญญาจ้างบริษัทเจ.บราเธอร์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) ชั่วคราว ระยะเวลาในก่อสร้าง 240 วัน ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยเมื่อเดือนธันวาคม 2561 2. การเตรียมการด้านบุคลากร - กรอบอัตรากำลังของโรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานครมีทั้งสิ้นจำนวน 29 ตำแหน่ง ปัจจุบันมีบุคลากรปฏิบัติงานบุคลากรปฏิบัติงานประจำ ๒๒ คน เป็น ข้าราชการ ๑๓ คน และลูกจ้างรายวัน ๙ คน โดยใช้บุคลากรจากโรงพยาบาล เจริญกรุงประชารักษ์มาช่วยในการดำเนินการ 3. การเตรียมการด้านพัสดุ - รายการจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาล บางนากรุงเทพมหานคร มีทั้งสิ้นจำนวน 59 รายการ งบประมาณทั้งสิ้น21,236,480.- บาท โดยแบ่งเป็นรายการดังต่อไปนี้ - รายการครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 41 รายการ งบประมาณ15,464,885.- บาท ปัจจุบันบริษัทได้ส่งมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว จำนวน 40 รายการ ยกเว้น เครื่องเอ็กซเรย์พร้อมอุปกรณ์แปลงสัญญาณภาพรังสีเป็นระบบดิจิตอลและอุปกรณ์เชื่อมต่อภาพทางการแพทย์กำหนดส่งมอบวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 - รายการครุภัณฑ์สำนักงาน จำนวน 13 รายการ งบประมาณ 314,500.- บาท ปัจจุบันบริษัทได้จัดส่งครุภัณฑ์สำนักงานและเบิกจ่ายครบทุกรายการเรียบร้อยแล้ว - งานจ้าง จำนวน 5 รายการ งบประมาณ 4,148.450.บาท ปัจจุบันดำเนินการเรียบร้อยแล้ว 4. การเตรียมการสารสนเทศ - สำนักการแพทย์ดำเนินการโครงการจัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการดิจิทัลกรุงเทพมหานครแล้ว ภายในวงเงินรวมทั้งสิ้น 4,155,600.- บาท จำแนกเป็น 1. อุปกรณ์ ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และระบบคิวอัตโนมัติ วงเงิน 2,871,600.- บาท 2. ระบบสารสนเทศ ในระบบ Cloud วงเงิน 1,284,000.- บาท - ปัจจุบันดำเนินการเรียบร้อยแล้ว 5. เปิดให้บริการ - เปิดบริการเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม 2561 ปัจจุบันได้เปิดให้บริการตรวจโรคทั่วไปผู้ป่วยนอก อุบัติเหตุฉุกเฉิน ห้องทำแผล เอกซเรย์ ห้องยา ห้องชันสูตรโรคและ เปิดบริการทันตกรรม เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ - จำนวนผู้รับบริการตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2561 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2562 มีจำนวน 3,495 ราย ผลการดำเนินงาน สามารถดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาที่กำหนดในปี 2562 ทั้งหมด 5 ขั้นตอน คิดเป็นร้อยละ 100 6. โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลคลองสามวา โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลคลองสามวา งบประมาณโครงการ 2,994,000,000.- บาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (2562 – 2565) มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่ ครอบคลุมทั้งทางด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ 2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนในเขตคลองสามวาและพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ เขตหนองจอก เขตคันนายาว เขตบางเขน เขตมีนบุรี เขตสายไหม 3. เพื่อเพิ่มโอกาสและขยายการให้บริการด้าน การแพทย์ให้ครอบคลุมประชาชนทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลคลองสามวา ได้มีการดำเนินการ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ 1. ได้รับแบบจากสำนักการโยธา รายละเอียดตามหนังสือสำนักการโยธา ที่ กท 0905/266 ลงวันที่ 31 มกราคม2562 2. ประกาศแผนจัดจ้างในระบบ E-GP ประกาศ กรุงเทพมหานคร เรื่อง เผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 รายละเอียดตามหนังสือลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 3. แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดรูปแบบรายการและคณะกรรมการกำหนดราคากลาง รายละเอียดตามหนังสือกลุ่มงานการคลัง ที่ พส.188/2562 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแบบรูปรายการโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลคลองสามวา 4. แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดรูปแบบรายการและคณะกรรมการกำหนดราคากลาง รายละเอียดตามหนังสือกลุ่มงานการคลัง ที่ พส. 262/2562 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลคลองสามวา 5. เห็นชอบรูปแบบรายการ 6. คณะกรรมกากำหนดราคากลางส่งราคากลาง 7. เห็นชอบราคากลาง ผลการดำเนินงาน สามารถดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาที่กำหนดในปี 2562 ทั้งหมด 7 ขั้นตอน ดำเนินการได้ 4 ขั้นตอน คิดเป็นร้อยละ 30 โครงการที่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติงานของโครงการในปี 2562 จำนวน 3 โครงการ จากโครงการทั้งหมด จำนวน 6 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 50

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(13) ความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลกับศูนย์บริการสาธารณสุข
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
ความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลกับศูนย์บริการสาธารณสุข

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :90.00

ผลงาน :100.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
100.00

100 / 100
3
99.99

100 / 100
4
100.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาและประสานเครือข่ายระบบบริการทางการแพทย์และระบบส่งต่อของโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร ในเดือนมกราคม 2562

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-ศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 136,289 ราย และโรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุขได้ จำนวน 136,289 ราย สรุปคิดเป็นความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วย ร้อยละ 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-ศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 230,976 ราย และโรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุขได้ จำนวน 230,949 ราย สรุปความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วย คิดร้อยละ 99.99

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

- โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทั้ง 8 แห่ง ได้ส่งเสริมการเข้าถึงระบบบริการในการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยมี การพัฒนาระบบส่งต่อระหว่างศูนย์บริการสาธารณสุขกับโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงระบบบริการ เป็นการสร้างมาตรฐานบริการสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีการประชุมปรึกษาหารือแนวทางในการส่งต่อผู้ป่วย ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน และร่วมกันพัฒนาแนวทางในการส่งต่อเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมีผลการดำเนินงาน ดังนี้ โรงพยาบาลกลาง - ศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 28,509 ราย - โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 28,509 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จ เท่ากับร้อยละ 100 โรงพยาบาลตากสิน - ศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 84,525 ราย - โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 84,525 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จ เท่ากับร้อยละ 100 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ - ศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 129,775 ราย - โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 129,775 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จเท่ากับร้อยละ 100 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ - ศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 94 ราย - โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 94 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จเท่ากับร้อยละ 100 โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ - ศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 15,580 ราย - โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 15,580 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จเท่ากับร้อยละ 100 โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร - ศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 333 ราย - โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 333 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จเท่ากับร้อยละ 100 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ - ศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 170 ราย - โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 170 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จ เท่ากับร้อยละ 100 โรงพยาบาลสิรินธร - ศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 79,501 ราย - โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 79,501 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จ เท่ากับร้อยละ 100 สรุปในภาพรวมศูนย์บริการสาธารณสุขส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล จำนวน 338,487 ราย และโรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุขได้ จำนวน 338,487 ราย สรุปคิดเป็นความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วย ร้อยละ 100

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(14) ความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการให้บริการของโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
ความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการให้บริการของโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :90.00

ผลงาน :95.68


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
94.14

100 / 100
3
94.87

100 / 100
4
95.68

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

ส่วนราชการในสังกัดสำนักการแพทย์ดำเนินการทอดแบบสอบให้กับผู้รับบริการในโรงพยาบาลในสังกัด

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-สำนักการแพทย์ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง เพื่อให้ผู้รับบริการได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้บริการของโรงพยาบาลในด้านต่างๆ แล้วนำผลสำรวจความพึงพอใจ ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น มาพัฒนางานด้านบริการต่อไป ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดังนี้ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 92.90 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 95.73 คิดเป็นร้อยละ 94.14

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-สำนักการแพทย์ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง เพื่อให้ผู้รับบริการได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้บริการของโรงพยาบาลในด้านต่างๆ แล้วนำผลสำรวจความพึงพอใจ ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น มาพัฒนางานด้านบริการต่อไป ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ดังนี้ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 94.12 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 95.63 คิดเป็นร้อยละ 94.87

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ได้ดำเนินการสำรวจความ พึงพอใจผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง เพื่อให้ผู้รับบริการได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้บริการของโรงพยาบาลในด้านต่างๆ แล้วนำผลสำรวจความพึงพอใจ ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น มาพัฒนางานด้านบริการต่อไป ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 - 31 สิงหาคม 2562 ดังนี้ โรงพยาบาลกลาง ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 96.87 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 95.56 โรงพยาบาลตากสิน ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 95.51 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 99.24 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 94.47 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 98.20 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 98.42 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 98.51 โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 92.36 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 97.55 โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 87.75 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 97.54 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 91.71 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 95.16 โรงพยาบาลสิรินธร ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 93.94 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 96.09 โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 96.52 โรงพยาบาลคลองสามวา ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 93.77 โดยรวมเฉลี่ย ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยนอก 94.13 ร้อยละความพึงพอใจผู้ป่วยใน 97.23

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(15) จำนวนของนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้งานจริงมากกว่า 1 ส่วนราชการ
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
จำนวนของนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้งานจริงมากกว่า 1 ส่วนราชการ

หน่วยนับ :เรื่อง

เป้าหมาย :4.00

ผลงาน :6.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(เรื่อง)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
7.00

100 / 100
2
7.00

100 / 100
3
6.00

100 / 100
4
6.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

ดำเนินการประชุมเพื่อนำเสนอผลงานนวัตกรรมที่นำเสนอในการสัมมนาวิชาการประจำปี สำนักการแพทย์ ครั้งที่ 16 จำนวน 20 ผลงาน และมีการเลือกผลงานนวัตกรรมที่จะนำไปใช้งานในส่วนราชการ ซึ่งประชุมไปเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 โดยผลงานนวัตกรรมที่จะนำไปงานจริง จำนวน 7 ผลงาน ดังนี้ 1. Safety Restrain โรงพยาบาลกลาง 2. ฉลากยาใช้ง่ายใส่ใจผู้สูงอายุ โรงพยาบาลสิรินธร 3. อุปกรณ์ช่วยจัดท่าถ่ายภาพรังสีข้อเข่าหลังผ่าตัด โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 4. อมแล้วชาพาสบาย โรงพยาบาลกลาง 5.High Alert Drug Card โรงพยาบาลสิรินธร 6. เงือกน้อยปกป้องลูกรัก โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร 7. Y for bladder irrigation โรงพยาบาลราชพิพัฒน์

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-อยู่ระหว่างการดำเนินการให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ นำผลงานนวัตกรรมที่ได้คัดเลือกไปงานจริง

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-1. Safety Restrain ผลงานของโรงพยาบาลกลาง ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 1.1 โรงพยาบาลตากสิน 1.2 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 1.3 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธฺโร อุทิศ 1.4 โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 1.5 โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร 1.6 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 1.7 โรงพยาบาลสิรินธร 1.8 โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน 2. ฉลากยาใช้ง่ายใส่ใจผู้สูงอายุ ผลงานของโรงพยาบาลสิรินธร ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 2.1 โรงพยาบาลกลาง 2.2 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 2.3 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธฺโร อุทิศ 2.4 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 2.5 โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน 2.6 โรงพยาบาลคลองสามวา 3. อุปกรณ์ช่วยจัดท่าถ่ายภาพรังสีข้อเข่าหลังผ่าตัด ผลงานของโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 3.1 โรงพยาบาลกลาง 4. อมแล้วชาพาสบาย ผลงานของโรงพยาบาลกลาง ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 4.1 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 5. High Alert Drug Card ผลงานของโรงพยาบาลสิรินธร ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 5.1 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 5.2 โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 5.3 โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร 5.4 โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 5.5 โรงพยาบาลคลองสามวา 6. เงือกน้อยปกป้องลูกรัก ผลงานของโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ส่วนราชการที่นำไปใช้ ดังนี้ 6.1 โรงพยาบาลตากสิน 6.2 โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธฺโร อุทิศ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ ได้มีการคัดเลือกผลงานนวัตกรรมจากโครงการสัมมนาวิชาการประจำปี ครั้งที่ 17 สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดยมีการร่วมประชุมระหว่างผู้ใช้นวัตกรรมและเจ้าของผลงานนวัตกรรม จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ - ครั้งที่ 1 วันที่ 29 ตุลาคม 2561 ณ ห้องประชุมแพทยพัฒน์ ชั้น 5 สำนักการแพทย์ - ครั้งที่ 2 วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ณ ห้องประชุมพิทยรักษ์ ชั้น 4 สำนักการแพทย์ - ครั้งที่ 3 วันที่ 6 ธันวาคม 2561 ณ ห้องประชุม 220 ชั้น 2 ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) เพื่อนำผลงานนวัตกรรมที่ได้รับการคัดเลือกไปใช้ในส่วนราชการของสำนักการแพทย์ โดยส่วนราชการได้มีการนำผลงานนวัตกรรมไปใช้ จำนวน 6 ผลงาน ได้แก่ 1. Safety Restrain โรงพยาบาลกลาง 2. ฉลากยาใช้ง่ายใส่ใจผู้สูงอายุ โรงพยาบาลสิรินธร 3. อุปกรณ์ช่วยจัดท่าถ่ายภาพรังสีข้อเข่าหลังผ่าตัด โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 4. อมแล้วชาพาสบาย โรงพยาบาลกลาง 5. High Alert Drug Card โรงพยาบาลสิรินธร 6. เงือกน้อยปกป้องลูกรัก โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร หลังจากส่วนราชการนำผลงานนวัตกรรมไปใช้ ได้มีการประเมินความพึงพอใจในภาพรวม (คะแนนเต็ม ร้อยละ 100) ดังนี้ 1. Safety Restrain โรงพยาบาลกลาง ความพึงพอใจ ร้อยละ 84.67 2. ฉลากยาใช้ง่ายใส่ใจผู้สูงอายุ โรงพยาบาลสิรินธร ความพึงพอใจ ร้อยละ 86.63 3. อุปกรณ์ช่วยจัดท่าถ่ายภาพรังสีข้อเข่าหลังผ่าตัด โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ความพึงพอใจ ร้อยละ 83.33 4. อมแล้วชาพาสบาย โรงพยาบาลกลาง ความพึงพอใจ ร้อยละ 94.33 5. High Alert Drug Card โรงพยาบาลสิรินธร ความพึงพอใจ ร้อยละ 81.95 6. เงือกน้อยปกป้องลูกรัก โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ความพึงพอใจ ร้อยละ 92.09 ความพึงพอใจในภาพรวม ร้อยละ 83.84

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(16) ร้อยละความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วยโรคที่สำคัญ
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๓ คนกรุงเทพฯทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เท่าเทียม มีคุณภาพ แ
ร้อยละความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วยโรคที่สำคัญ

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :93.00

ผลงาน :96.09


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
97.39

100 / 100
2
92.12

100 / 100
3
96.52

100 / 100
4
96.09

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

การส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลมีความสำคัญและจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง กระบวนการส่งต่อจะต้องประสิทธิภาพ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจก่อให้เกิดปัญหาหรือการสูญเสียถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะสุขภาพและสภาวะสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ก่อให้เกิดผลกระทบต่างๆ ทั้งนี้ยังพบปัญหาและอุปสรรคในการส่งต่อผู้ป่วย เช่น การส่งผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคมากและมีความจำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพและความพร้อมสูงกว่า หรือการส่งต่อเนื่องจากสิทธิการรักษาโรคโดยตรง จากระบบข้อมูลสถิติการรายงานผู้ป่วยระบบส่งต่อของสำนักการแพทย์ พบว่า โรคที่เป็นปัญหาสำคัญในการส่งต่อผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ อุบัติเหตุ ศัลยกรรมประสาทและสมอง หลอดเลือดหัวใจ ทารกคลอดก่อนกำหนด และออร์โธปิดิกส์ ดังนั้น เพื่อให้มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนได้รับบริการที่ครบวงจร จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและประสานเครือข่ายระบบบริการทางการแพทย์และระบบส่งต่อของโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และมีการจัดทำคู่มือการส่งต่อผู้ป่วย 5 กลุ่มโรค ระหว่างโรงพยาบาลในเครือข่ายกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มีแนวทางในการปฏิบัติเป็นไปทิศทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการประชุมเพื่อติดตามรายงานโดยมีสถิติผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ดังนี้ ด้านการส่งต่อผู้ป่วยอุบัติเหตุ จำนวน 27 ราย ส่งต่อสำเร็จ 26 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 1 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 96.30 ด้านการส่งต่อผู้ป่วยศัลยกรรมประสาทและสมอง จำนวน 109 ราย ส่งต่อสำเร็จ 107 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 2 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 98.17 ด้านการส่งต่อทารกคลอดก่อนกำหนด จำนวน 6 ราย ส่งต่อสำเร็จ 5 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 1 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 83.33 ด้านการส่งต่อออร์โธปิดิกส์ จำนวน 11 ราย ส่งต่อสำเร็จ 11 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 0 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 100 สรุปคิดเป็นความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรค จำนวน 153 ราย ส่งต่อสำเร็จ 149 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 97.39

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-ด้านการส่งต่อผู้ป่วยอุบัติเหตุ จำนวน 31 ราย ส่งต่อสำเร็จ 31 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 0 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 100 ด้านการส่งต่อผู้ป่วยศัลยกรรมประสาทและสมอง จำนวน 141 ราย ส่งต่อสำเร็จ 125 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 10 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 88.65 ด้านการส่งต่อทารกคลอดก่อนกำหนด จำนวน 2 ราย ส่งต่อสำเร็จ 2 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 0ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 100 ด้านการส่งต่อออร์โธปิดิกส์ จำนวน 29 ราย ส่งต่อสำเร็จ 29 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 0 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 100 สรุปคิดเป็นความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรค จำนวน 203 ราย ส่งต่อสำเร็จ 187 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 92.12

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-ด้านการส่งต่อผู้ป่วยอุบัติเหตุ จำนวน 110ราย ส่งต่อสำเร็จ 109 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 1 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 99.09 ด้านการส่งต่อผู้ป่วยศัลยกรรมประสาทและสมอง จำนวน 360 ราย ส่งต่อสำเร็จ 344 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 26ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 95.56 ด้านการส่งต่อทารกคลอดก่อนกำหนด จำนวน 13 ราย ส่งต่อสำเร็จ 11 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 2ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 84.62 ด้านการส่งต่อออร์โธปิดิกส์ จำนวน 29 ราย ส่งต่อสำเร็จ 92 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 91 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 1ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 98.91 สรุปคิดเป็นความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรค จำนวน 575 ราย ส่งต่อสำเร็จ 555 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 30 ราย คิดเป็นร้อยละ 96.52

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

- โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์เล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของระบบส่งต่อผู้ป่วย หากส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากหาก ส่งต่อผู้ป่วยได้ทันท่วงทีจะสามารถลดการสูญเสีย มีโอกาสปลอดภัย และได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่หากการส่งต่อมีความล่าช้าอาจก่อให้เกิดปัญหาหรือเกิดการสูญเสียถึงแก่ชีวิตได้ ทั้งนี้ ปัญหาและอุปสรรคที่พบในการส่งต่อผู้ป่วย เช่น การส่งต่อผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคและมีความจำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมและศักยภาพการรักษาสูงกว่า นอกจากนี้ ยังมีการส่งต่อ เนื่องจากสิทธิการรักษาของผู้ป่วย จากข้อมูลสถิติการรายงานผู้ป่วยระบบส่งต่อของสำนักการแพทย์ พบว่า โรคที่เป็นปัญหาสำคัญในการส่งต่อผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ อุบัติเหตุ ศัลยกรรมประสาทและสมอง หลอดเลือดหัวใจ ทารกคลอดก่อนกำหนด และออร์โธปิดิกส์ ดังนั้น เพื่อให้มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ป่วยได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพ สำนักการแพทย์จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและประสานเครือข่ายระบบบริการทางการแพทย์และระบบ ส่งต่อของโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และมีการจัดประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อติดตามการดำเนินงาน ตามคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 618/2562 ลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและประสานเครือข่ายระบบบริการทางการแพทย์และระบบ ส่งต่อของโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งมีการจัดทำคู่มือการส่งต่อผู้ป่วย 5 กลุ่มโรค ระหว่างโรงพยาบาลในเครือข่ายกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มีแนวทางในการปฏิบัติเป็นไปทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสถิติผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ดังนี้ ด้านการส่งต่อผู้ป่วยอุบัติเหตุ จำนวน 290 ราย ส่งต่อสำเร็จ 281 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 9 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 96.9 ด้านการส่งต่อผู้ป่วยศัลยกรรมประสาทและสมอง จำนวน 606 ราย ส่งต่อสำเร็จ 577 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 29 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 95.21 ด้านการส่งต่อทารกคลอดก่อนกำหนด จำนวน 19 ราย ส่งต่อสำเร็จ 17 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 2 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 89.47 ด้านการส่งต่อออร์โธปิดิกส์ จำนวน 135 ราย ส่งต่อสำเร็จ 134 ราย ส่งต่อไม่สำเร็จ 1 ราย คิดเป็นร้อยละของความสำเร็จในการส่งต่อผู้ป่วย เท่ากับ 99.26 สรุปคิดเป็นความสำเร็จของการส่งต่อผู้ป่วย ทั้ง 4 กลุ่มโรค คิดเป็นร้อยละ 96.09

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(17) จำนวนจุดจอดรถพยาบาลที่เพิ่มทั้งสิ้น
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๔ ประชาชนได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤต
จำนวนจุดจอดรถพยาบาลที่เพิ่มทั้งสิ้น

หน่วยนับ :จุด

เป้าหมาย :1.00

ผลงาน :1.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(จุด)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
1.00

100 / 100
4
1.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

อยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ และสรรหาพื้นที่จุดจอดในพื้นที่เกิดเหตุที่พบสถิติบ่อยครั้ง

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

จุดจอดที่ 1 ใต้ทางด่วนประชาชื่น เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 จุดจอดที่ 2 พุทธมณฑลสาย 1 เขตตลิ่งชัน เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2556 จุกจอดที่ 3 ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 จุดจอดที่ 4 สำนักงานเขตลาดพร้าวเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2558 จุดจอดที่ 5 สำนักงานเขตบางนา เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 จุดจอดที่ 6 จุดจอดวัดเทพลีลา เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 จุดจอดที่ 7 จุดจอด ซอยประชาอุทิศ90 เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2561 จุดจอดที่ 8 จุดจอดคลองสามวา อยู่ระหว่างขอใช้พื้นที่

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-จุดจอดที่ 1 ใต้ทางด่วนประชาชื่น เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 จุดจอดที่ 2 พุทธมณฑลสาย 1 เขตตลิ่งชัน เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2556 จุกจอดที่ 3 ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 จุดจอดที่ 4 สำนักงานเขตลาดพร้าวเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2558 จุดจอดที่ 5 สำนักงานเขตบางนา เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 จุดจอดที่ 6 จุดจอดวัดเทพลีลา เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 จุดจอดที่ 7 จุดจอด ซอยประชาอุทิศ90 เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2561 จุดจอดที่ 8 จุดจอดคลองสามวา เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สรุปผลการหาพื้นที่จุดจอดในพื้นที่ที่มีสถิติเกิดเหตุบ่อยครั้ง กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ในการบริหารจัดการมากกว่า 1,568 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรที่รับผิดชอบกว่า 13 ล้านคน (รวมประชากรแฝง) ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบให้มีการเข้าถึงผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้อย่างรวดเร็ว และต้องเตรียมพร้อมตลอด ๒๔ ชั่วโมง จึงควรมีทีมปฏิบัติการกระจายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างทั่วถึง ซึ่งได้มีการวิเคราะห์เบื้องต้นว่า การเข้าถึงผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ได้ภายใน 10 นาที ควรมีการกระจายตัวของทีมปฏิบัติการ จำนวน 69 จุด ประกอบกับนโยบายผู้บริหารสนับสนุนให้เพิ่มจุดปฏิบัติการในพื้นที่จำนวนอย่างน้อยปีละ 1 จุดจอดในพื้นที่ที่มีสถิติเกิดเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้น ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 – 2562 จึงมีจุดจอดรวมทั้งสิ้น 8 จุด ได้แก่ 1. จุดจอดใต้ทางด่วนขั้นที่ 2 (ด่วนประชาชื่น) 2. จุดจอดตลิ่งชัน (สายใต้ใหม่) 3. จุดจอดศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (รามอินทรา) 4. จุดจอดสำนักงานเขตลาดพร้าว 5. จุดจอดสำนักงานเขตบางนา 6. จุดจอดวัดเทพลีลา 7. จุดจอดทุ่งครุ (ประชาอุทิศ 90) (ปี 2561) 8. จุดจอดคลองสามวา (ปี 2562) สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2562 ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ได้ลงสำรวจพื้นที่ 8 จุดจอด คลองสามวา เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 เพื่อจัดหาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและได้จัดทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ขอใช้พื้นที่เสนอผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ เพื่อขอใช้พื้นที่เป็นจุดจอดรถพยาบาล เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2562 ซึ่งผู้อำนวยการสำนักการแพทย์เห็นชอบและมอบให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคลองสามวาพิจารณาพื้นที่เพื่อใช้เป็นจุดจอดรถพยาบาล และดำเนินการเปิดให้บริการจุดจอดที่ 8 จุดจอดคลองสามวา เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562 โดยมีรายงานผลการจัดชุดปฏิบัติการเพื่อให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่เดือนมีนาคม – กรกฎาคม 2562 รวมจำนวน 180 ครั้ง เดือนมีนาคม จำนวน 3 ครั้ง เดือนเมษายน จำนวน 55 ครั้ง เดือนพฤษภาคม จำนวน 43 ครั้ง เดือนมิถุนายน จำนวน 31 ครั้ง เดือนกรกฎาคม จำนวน 48 ครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2562)

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(18) ผลสำเร็จของการดำเนินโครงการพัฒนาบุคลากรในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (รายงานผลการประเมินโครงการฯ )
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๔ ประชาชนได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤต
ผลสำเร็จของการดำเนินโครงการพัฒนาบุคลากรในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (รายงานผลการประเมินโครงการฯ )

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :75.00

ผลงาน :78.29


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
80.77

100 / 100
4
78.29

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อผู้เข้ารับการอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการ และคำสั่งคณะกรรมการดำเนินงาน คำสั่งผู้เข้ารับการอบรมเสนอขออนุมัติต่อผู้บริหารเรียบร้อยแล้ว

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรมาตลอด เนื่องจากบุคลากรที่จะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในยามเจ็บป่วยวิกฤตฉุกเฉินต้องมีความรู้ความสามารถและทักษะในการให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จึงได้กำหนดให้มีการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน ดังนี้ โครงการหลักด้านการพัฒนาบุคลากร ประกอบด้วยโครงการ จำนวน 3 โครงการ -โครงการอบรมฟื้นฟูวิชาการพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ ดำเนินการจัดอบรม รุ่นที่ 1 ในวันที่ 25 - 27 ธันวาคม 2561 เวลา 08.30 - 17.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 - 3 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ ดำเนินการจัดการอบรมในรุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 15 - 17 มกราคม 2562 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เสร็จเรียบร้อยแล้ว โครงการอบรมฟื้นฟูวิชาการพยาบาลกู้ชีพ อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติโครงการ และอนุมัติบุคคลผู้เข้าร่วมโครงการ กับผู้บริหารสำนักการแพทย์ และผู้บริหารกรุงเทพมหานคร โครงการพัฒนาวิชาการพยาบาลจ่ายงานศูนย์รับแจ้งเหตุ อยู่ระหว่างจัดทำโครงการ และปรับปรุงหลักสูตร กำหนดจัดโครงการในเดือน มิถุนายน 2562 การพัฒนากรอบอัตราบุคลากร 1. ดำเนินการจัดประชุมผู้บริหารและหัวหน้ากลุ่มฝ่ายต่างๆภายในศูนย์เอราวัณ เพื่อวิเคราะห์เหตุผลความจำเป็น และระดมความคิดเห็นในการปรับโครงสร้างอัตรากำลัง โดยจัดทำข้อมูลตามแบบฟอร์มที่สำนักงาน ก.ก. กำหนด เรียบร้อยแล้ว และส่งให้สำนักงาน ก.ก. พิจารณาการปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังของศูนย์เอราวัณ 2. จัดทำเอกสารการขอปรับโครงสร้างและอัตรากำลังของศูนย์เอราวัณส่งสำนักงาน ก.ก. พิจารณาเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาตามที่สำนักงาน ก.ก. กำหนด 3. ดำเนินการจัดประชุมผู้บริหาร และหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่ายต่างๆของศูนย์เอราวัณ และจัดทำข้อมูลตามแบบฟอร์มที่สำนักงาน ก.ก. กำหนด และข้อมูลที่สำนักงาน ก.ก. ขอเพิ่มเติม 4. จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมเสนอตามที่สำนักงาน ก.ก. กำหนด

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรมาตลอด เนื่องจากบุคลากรที่จะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในยามเจ็บป่วยวิกฤตฉุกเฉินต้องมีความรู้ความสามารถและทักษะในการให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จึงได้กำหนดให้มีการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน ดังนี้ โครงการหลักด้านการพัฒนาบุคลากร ประกอบด้วยโครงการ จำนวน 3 โครงการ 1.โครงการอบรมฟื้นฟูวิชาการพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ ดำเนินการจัดอบรม รุ่นที่ 1 ในวันที่ 25 - 27 ธันวาคม 2561 เวลา 08.30 - 17.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 - 3 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ ดำเนินการจัดการอบรมในรุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 15 - 17 มกราคม 2562 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า มีจำนวนผู้เข้ารับการอบรมที่มีคะแนน Posttest สูงกว่า Pretest เท่ากับ 62 คน และจำนวนผู้เข้ารับการอบรมทั้งหมดจำนวน 73 คน คิดเป็นร้อยละ 84.93 2.โครงการอบรมฟื้นฟูวิชาการพยาบาลกู้ชีพ ดำเนินการจัดอบรมเมื่อวันที่ 24-26 เมษายน 2562 ณ ห้องประชุมชั้น 2 และชั้น 3 อาคารศูนย์เอราวัณ มีจำนวนผู้เข้ารับการอบรมที่มีคะแนน Posttest สูงกว่า Pretest เท่ากับ 22 คน และจำนวนผู้เข้ารับการอบรมทั้งหมดจำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 70.97 3. โครงการพัฒนาวิชาการพยาบาลจ่ายงานศูนย์รับแจ้งเหตุ อยู่ระหว่าง 1.จัดทำโครงการ และปรับปรุงหลักสูตร กำหนดจัดโครงการในเดือน มิถุนายน 2562 2.จัดทำหนังสือขอรายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการจากหน่วยงานเครือข่ายในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน 3.ขอรายชื่อผู้เข้ารับการอบรมโครงการ จัดทำโครงการ คำสั่งคณะกรรมการและผู้เข้ารับการอบรม การพัฒนากรอบอัตราบุคลากร อยู่ระหว่าง จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมเสนอตามที่สำนักงาน ก.ก. กำหนด มีจำนวนผู้เข้ารับการอบรมที่มีคะแนน Posttest สูงกว่า Pretest เท่ากับ 84 คน และจำนวนผู้เข้ารับการอบรมทั้งหมดจำนวน 104 คน คิดเป็นร้อยละ 80.77

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรมาตลอด เนื่องจากบุคลากรที่จะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในยามเจ็บป่วยวิกฤตฉุกเฉินต้องมีความรู้ความสามารถและทักษะในการให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จึงได้กำหนดให้มีการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร ดังนี้ 1. โครงการอบรมฟื้นฟูวิชาการพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ ดำเนินการจัดการอบรมจำนวน 3 รุ่น ดังนี้ - รุ่น 1 วันที่ 25–27 ธันวาคม 2561 จำนวน 27 คน - รุ่น 2 วันที่ 8–10 มกราคม 2562 จำนวน 25 คน - รุ่น 3 วันที่ 15–17 มกราคม 2562 จำนวน 26 คน รวมจำนวน 78 คน เป้าหมายผลการประเมินของผู้เข้ารับการอบรมหลังเสร็จสิ้นการอบรม (Posttest) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ผลการประเมินของผู้เข้ารับการอบรมหลังเสร็จสิ้น การอบรม (Posttest) คิดเป็นร้อยละ 100ระดับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผลการจัดการอบรมระดับความพึงพอใจ คิดเป็นร้อยละ 94.8 อยู่ในระดับมากที่สุด 2. โครงการอบรมฟื้นฟูวิชาการพยาบาลกู้ชีพดำเนินการจัดการอบรม (Refreshing EMS Nurse) จำนวน 1 รุ่นประกอบด้วย พยาบาลกู้ชีพที่ปฏิบัติงานในระบบจำนวน 31 คน เมื่อวันที่ 24 - 26 เมษายน 2562 ณ ห้องบรรยายอบรม ชั้น 2 ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์ เป้าหมายผลการประเมินของผู้เข้ารับการอบรมหลังเสร็จสิ้นการอบรม (Posttest) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ผลการประเมินของผู้เข้ารับการอบรมหลังเสร็จสิ้นการอบรม (Posttest) คิดเป็นร้อยละ 100 3. โครงการพัฒนาวิชาการพยาบาลจ่ายงานศูนย์รับแจ้งเหตุ (EMD) ดำเนินการจัดการอบรมโครงการพัฒนาวิชาการพยาบาลจ่ายงานศูนย์รับแจ้งเหตุ (EMD) จำนวน 1 รุ่น เมื่อวันที่ 5 – 9 สิงหาคม 2562 จำนวนผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 25 คน ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ดำเนินการพัฒนาบุคลากรในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร โดยดำเนินการจัดการอบรมจำนวน 3 โครงการ จำนวนผู้เข้ารับการอบรม ดังนี้ - โครงการอบรมฟื้นฟูวิชาการพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ จำนวน 78 คน ผ่านการอบรม จำนวน 73 คน และมีคะแนน Posttest สูงกว่า Pretest จำนวน 62 คน คิดเป็นร้อยละ 84.93 - โครงการอบรมฟื้นฟูวิชาการพยาบาลกู้ชีพ จำนวน 31 คน คน ผ่านการอบรม จำนวน 31 คน และมีคะแนน Posttest สูงกว่า Pretest จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 70.96 - โครงการพัฒนาวิชาการพยาบาลจ่ายงานศูนย์รับแจ้งเหตุ (EMD) จำนวน 25 คน คนผ่านการอบรม จำนวน 25 คน และมีคะแนน Posttest สูงกว่า Pretest จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 68 จำนวนผู้เข้ารับการอบรม 3 โครงการทั้งสิ้น 134 คน โดยผู้ที่เข้ารับการอบรมแล้วผ่านการอบรมจำนวน 129 คน จำนวนผู้เข้ารับการอบรมที่มีคะแนน Posttest สูงกว่า Pretest จำนวน 101 คน คิดเป็น ร้อยละ 78.29 4. การพัฒนากรอบอัตราบุคลากร ไม่ใช้ งบประมาณ - สำนักงาน กก. ได้อนุมัติและกำหนดอัตราบุคลากรให้ไว้แล้ว จำนวน 13 อัตรา ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ 12 อัตรา และนักวิชาการสาธารณสุข 1 อัตราและปรับศูนย์ฯ เป็นส่วนราชการที่สูงกว่ากอง โดยกำหนดให้ใช้ชื่อศูนย์ฯ เดิม

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(19) ร้อยละความสำเร็จของการเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยการและสั่งการทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉิน
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๔ ประชาชนได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤต
ร้อยละความสำเร็จของการเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยการและสั่งการทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉิน

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :75.00

ผลงาน :75.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
0.00

100 / 100
4
75.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

อยู่ระหว่างดำเนินการจัดโครงการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

ประกอบด้วยโครงการดังต่อไปนี้ 1. โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานศูนย์ประสานงานและสั่งการทางการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างจัดทำโครงการและขอรายชื่อผู้เข้ารับการอบรม 2. โครงการยกระดับด้านการอำนวยการและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉินของกรุงเทพมหานคร 1. ดำเนินการเสนอขออนุมัติโครงการ อนุมัติใช้เงินนอกงบประมาณ และจัดทำคำสั่งให้แพทย์โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์มาประจำที่ศูนย์เอราวัณเรียบร้อยแล้ว โดยมีแพทย์มาประจำเพื่ออำนวยการสั่งการระบบปฏิบัติการ การบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 2. จัดแพทย์จากโรงพยาบาลในสังกัด ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และศูนย์เอราวัณมาประจำศูนย์เอราวัณรับผิดชอบในการปฏิบัติงานควบคุมกำกับ อำนวยการและสั่งการ การให้บริการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินตามโครงการฯ ทั้งวันราชการปกติ วันหยุด และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 3. โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการบัญชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดข้อมูล กำหนดกิจกรรมเพื่อจัดทำโครงการ 4. โครงการประชุมวิชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน อยู่ระหว่าง กำหนดหัวข้อการประชุมวิชาการ และกำหนดกิจกรรมในการประชุม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 กำหนดจัดโครงการในเดือน กรกฎาคม 2562

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-ประกอบด้วยโครงการดังต่อไปนี้ 1. โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานศูนย์ประสานงานและสั่งการทางการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างดำเนินการจัดอบรมตามโครงการ จำนวน 2 รุ่น รุ่นที่ 1 ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 และรุ่นที่ 2 ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เวลา 8.00 - 17.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ 2. โครงการยกระดับด้านการอำนวยการและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉินของกรุงเทพมหานคร 1. ดำเนินการเสนอขออนุมัติโครงการ อนุมัติใช้เงินนอกงบประมาณ และจัดทำคำสั่งให้แพทย์โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์มาประจำที่ศูนย์เอราวัณเรียบร้อยแล้ว โดยมีแพทย์มาประจำเพื่ออำนวยการสั่งการระบบปฏิบัติการ การบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 2. จัดแพทย์จากโรงพยาบาลในสังกัด ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และศูนย์เอราวัณมาประจำศูนย์เอราวัณรับผิดชอบในการปฏิบัติงานควบคุมกำกับ อำนวยการและสั่งการ การให้บริการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินตามโครงการฯ ทั้งวันราชการปกติ วันหยุด และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 3. โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการบัญชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลโครงการ และประสานติดต่อผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากร 4. โครงการประชุมวิชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน อยู่ระหว่าง ขอรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมโครงการประชุมวิชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ประจำปี 2562 และจัดทำโครงการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ได้ดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยการและ สั่งการทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉิน โดยดำเนินการโครงการเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 3 โครงการ จาก 4 โครงการ โดยมี ผลดำเนินการ ดังนี้ 1. โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ศูนย์ประสานงานและสั่งการทางการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดการอบรมจำนวน 2 รุ่น ดังนี้ รุ่นที่ 1 วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 จำนวน 36 คน รุ่นที่ 2 วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 จำนวน 37 คน เป้าหมายผลการประเมินของผู้เข้ารับการอบรมหลังเสร็จสิ้นการอบรม (Posttest) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ผลการประเมินของผู้เข้ารับการอบรมหลังเสร็จสิ้นการอบรม (Posttest) คิดเป็นร้อยละ 100 ระดับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการอยู่ในระดับดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 2. โครงการยกระดับด้านการอำนวยการและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉินของกรุงเทพมหานคร ดำเนินการเสนอขออนุมัติโครงการอนุมัติใช้เงินนอกงบประมาณ และจัดทำคำสั่งให้แพทย์โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์มาประจำที่ศูนย์เอราวัณเรียบร้อยแล้ว โดยมีแพทย์มาประจำเพื่ออำนวยการสั่งการระบบปฏิบัติการ การบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร โดยจัดแพทย์จากโรงพยาบาลในสังกัด ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และศูนย์เอราวัณมาประจำศูนย์เอราวัณรับผิดชอบในการปฏิบัติงานควบคุมกำกับ อำนวยการและสั่งการ การให้บริการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินตามโครงการฯ ทั้งวันราชการปกติ วันหยุด และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 3. โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การบัญชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ยกเลิกการดำเนินงานโครงการอบรม เชิงปฏิบัติการการบัญชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน เนื่องจากมีโครงการและภารกิจเร่งด่วนอื่นในช่วงระยะเวลากำหนดจัดโครงการดังกล่าว 4. โครงการประชุมวิชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ดำเนินการจัดโครงการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ภายใต้ธีมงานในการประชุมวิชาการ คือ “การแพทย์ฉุกเฉินฉับไว สู่สังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน Fast & Sustainable EMS in Aging Society” ณ ห้องประชุมเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ ชั้น 20 โรงพยาบาลกลาง จำนวนผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 152 คน ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ได้ดำเนินโครงการเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 3 โครงการจาก 4 โครงการ ผลความสำเร็จ คิดเป็น ร้อยละ 75 ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ได้ดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยการและ สั่งการทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉิน โดยดำเนินการโครงการเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 3 โครงการ จาก 4 โครงการ โดยมี ผลดำเนินการ ดังนี้ 1. โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ศูนย์ประสานงานและสั่งการทางการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดการอบรมจำนวน 2 รุ่น ดังนี้ รุ่นที่ 1 วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 จำนวน 36 คน รุ่นที่ 2 วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 จำนวน 37 คน เป้าหมายผลการประเมินของผู้เข้ารับการอบรมหลังเสร็จสิ้นการอบรม (Posttest) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ผลการประเมินของผู้เข้ารับการอบรมหลังเสร็จสิ้นการอบรม (Posttest) คิดเป็นร้อยละ 100 ระดับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการอยู่ในระดับดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 2. โครงการยกระดับด้านการอำนวยการและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉินของกรุงเทพมหานคร ดำเนินการเสนอขออนุมัติโครงการอนุมัติใช้เงินนอกงบประมาณ และจัดทำคำสั่งให้แพทย์โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์มาประจำที่ศูนย์เอราวัณเรียบร้อยแล้ว โดยมีแพทย์มาประจำเพื่ออำนวยการสั่งการระบบปฏิบัติการ การบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร โดยจัดแพทย์จากโรงพยาบาลในสังกัด ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และศูนย์เอราวัณมาประจำศูนย์เอราวัณรับผิดชอบในการปฏิบัติงานควบคุมกำกับ อำนวยการและสั่งการ การให้บริการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินตามโครงการฯ ทั้งวันราชการปกติ วันหยุด และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 3. โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การบัญชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ยกเลิกการดำเนินงานโครงการอบรม เชิงปฏิบัติการการบัญชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน เนื่องจากมีโครงการและภารกิจเร่งด่วนอื่นในช่วงระยะเวลากำหนดจัดโครงการดังกล่าว 4. โครงการประชุมวิชาการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ดำเนินการจัดโครงการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ภายใต้ธีมงานในการประชุมวิชาการ คือ “การแพทย์ฉุกเฉินฉับไว สู่สังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน Fast & Sustainable EMS in Aging Society” ณ ห้องประชุมเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ ชั้น 20 โรงพยาบาลกลาง จำนวนผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 152 คน ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ได้ดำเนินโครงการเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 3 โครงการจาก 4 โครงการ ผลความสำเร็จ คิดเป็น ร้อยละ 75

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(20) มีระบบการบริหารจัดการ ประสานงานเครือข่าย อาสาสมัครมูลนิธิในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๔ ประชาชนได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤต
มีระบบการบริหารจัดการ ประสานงานเครือข่าย อาสาสมัครมูลนิธิในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :90.00

ผลงาน :91.66


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
50.00

100 / 100
3
66.67

100 / 100
4
91.66

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

1. จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนตุลาคม 2561 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ 2. จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ 3.จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-มีการจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐานกับเครือข่ายมูลนิธิของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ดังนี้ ครั้งที่ 1 จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนตุลาคม 2561 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ ครั้งที่ 2 จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ ครั้งที่ 3 จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ ครั้งที่ 4 จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนมกราคม 2562 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ ครั้งที่ 5 ดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ ครั้งที่ 6 ดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ เพื่อติดตามการดำเนินงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

--มีการจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐานกับเครือข่ายมูลนิธิของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ดังนี้ 1. ครั้งที่ 1 จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนตุลาคม 2561 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ 2. ครั้งที่ 2 จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ 3. ครั้งที่ 3 จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ 4. ครั้งที่ 4 จัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน และหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนมกราคม 2562 และดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ 5. ครั้งที่ 5 ดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ ครั้งที่ 6 ดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ เพื่อติดตามการดำเนินงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน 6. ครั้งที่6 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ เพื่อติดตามการดำเนินงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน 7.ครั้งที่ 7 ดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ เพื่อติดตามการดำเนินงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร / 15/6/2562 : อยู่ระหว่างขั้นตอน... 8.ครั้งที่ 8 ดำเนินการจัดประชุมติดตามการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2562 เวลา 13.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ เพื่อติดตามการดำเนินงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-13. มีระบบการบริหารจัดการ ประสานงานเครือข่ายอาสาสมัครมูลนิธิในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ผลลัพธ์) ร้อยละ 90 ร้อยละ 91.66 31. กิจกรรมการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน งบประมาณ 137,700.- บาท (เงินบำรุงสนพ.) (ดำเนินการ) (ศบฉ.) ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้บริหารจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่ในการบริหารจัดการและประสานงานหน่วยงานในเครือข่ายระบบปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร โดยดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐานกับเครือข่ายมูลนิธิของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เดือนละ 1 ครั้ง โดยดำเนินการจัดการประชุมไปแล้วจำนวน 11 ครั้ง ดังนี้ 1. ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 2. ครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 3. ครั้งที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 4. ครั้งที่ 4/2562 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 5. ครั้งที่ 5/2562 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์2562 6. ครั้งที่ 6/2562 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 7. ครั้งที่ 7/2562 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 8. ครั้งที่ 8/2562เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม2562 9. ครั้งที่ 9/2562 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน2562 10. ครั้งที่ 10/2562 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 11. ครั้งที่ 11/2562 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดกิจกรรมการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐานโดยการจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉิน ระดับพื้นฐานร่วมกับเครือข่ายมูลนิธิของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เดือนละ 1 ครั้ง โดยดำเนินการจัดการประชุมในปีงบประมาณ 2561 จำนวน 11 ครั้ง เป็นร้อยละ 91.66

** สรุปผลการดำเนินงาน **

(21) มีระบบการพัฒนาบุคลากรอาสาสมัครมูลนิธิโดยเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากร ที่ปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๔ ประชาชนได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤต
มีระบบการพัฒนาบุคลากรอาสาสมัครมูลนิธิโดยเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากร  ที่ปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร

หน่วยนับ :มีระบบ

เป้าหมาย :100.00

ผลงาน :100.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(มีระบบ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
0.00

100 / 100
4
100.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาบุคลากรอาสาสมัครมูลนิธิโดยเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากรที่ปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

ดำเนินการพัฒนาบุคลากรอาสาสมัครมูลนิธิโดยเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากรที่ปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ดังนี้ โครงการอบรมหลักสูตรพื้นฐาน EMR 40 ชั่วโมงในการยกระดับบุคลากรปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัคร ในสังกัดเครือข่าย - ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรมระหว่างวันที่ 20 - 22, 28 - 29 มีนาคม 2562 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ ห้องอบรมชั้น 2 และ 3 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ โครงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานผู้ปฏิบัติการเบื้องต้น สังกัดเครือข่ายในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หลักสูตร FR 2 24 ชั่วโมง อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาข้อมูลหลักสูตรเพื่อจัดทำโครงการ

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-ดำเนินการพัฒนาบุคลากรอาสาสมัครมูลนิธิโดยเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากรที่ปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ดังนี้ 1.โครงการอบรมหลักสูตรพื้นฐาน EMR 40 ชั่วโมงในการยกระดับบุคลากรปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัคร ในสังกัดเครือข่าย - ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรมระหว่างวันที่ 20 - 22, 28 - 29 มีนาคม 2562 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ ห้องอบรมชั้น 2 และ 3 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว 2.โครงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานผู้ปฏิบัติการเบื้องต้น สังกัดเครือข่ายในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หลักสูตร FR 2 24 ชั่วโมง อยู่ระหว่างเสนอที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน ซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายมูลนิธิต่างๆในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ร่วมจัดโครงการ ในเดือนมิถุนายน 2562

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรอาสาสมัครมูลนิธิที่ปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร โดยส่งเสริมมูลนิธิในเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากร เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือพัฒนาศักยภาพให้ประชาชนในยามเจ็บป่วยวิกฤตฉุกเฉิน โดยศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร มีระบบการพัฒนาบุคลากรอาสาสมัครมูลนิธิโดยได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิในเครือข่ายในการพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ด้วยการจัดอบรมหลักสูตรอาสาสมัครฉุกเฉินทางการแพทย์ให้กับอาสาสมัครมูลนิธิที่ปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 หลักสูตร ดังนี้ 1. โครงการอบรมหลักสูตรพื้นฐาน EMR 40 ชั่วโมง ในการยกระดับบุคลากรปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัคร ในสังกัดเครือข่าย ดำเนินการจัดการอบรมให้กับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่ปฏิบัติงานในระบบ จำนวนผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 34 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรอาสาสมัครให้มีความรู้ความเข้าใจในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุได้อย่างถูกต้อง ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรม จำนวน 2 ครั้ง ดังนี้ - ครั้งที่ 1 วันที่ 20 – 22 มึนาคม 2562 - ครั้งที่ 2 วันที่ 28 - 29 มีนาคม 2562 ณ ห้องอบรมชั้น 2 และ 3 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ 2. โครงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ การปฏิบัติงานผู้ปฏิบัติการเบื้องต้น สังกัดเครือข่ายในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หลักสูตร FR 24 ชั่วโมง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับผู้ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินระดับเบื้องต้นจาก 3 วัน (หลักสูตร FR 24 ชั่วโมง) เป็น 5 วัน (หลักสูตร EMR 40 ชั่วโมง) และกำหนดให้มีการมอบใบประกาศนียบัตรรับรองในระดับอาสาสมัครศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) โดยได้หารือร่วมกับมูลนิธิในเครือข่ายบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร และในที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน มีมติให้ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ดำเนินการจัดอบรมหลักสูตร 5 วันดังกล่าว ในปีงบประมาณถัดไป เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ปฏิบัติงาน จึงเห็นควรยกเลิกโครงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงาน ผู้ปฏิบัติการเบื้องต้น สังกัดเครือข่ายในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หลักสูตร FR 24 ชั่วโมง

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(22) ร้อยละของผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉินที่ขอรับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (Advanced) สามารถได้รับบริการภายใน 10 นาที และส่วนของขั้นพื้นฐาน (Basic) สามารถได้รับบริการภายใน 15 นาที
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๔ ประชาชนได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤต
ร้อยละของผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉินที่ขอรับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (Advanced) สามารถได้รับบริการภายใน 10 นาที และส่วนของขั้นพื้นฐาน (Basic) สามารถได้รับบริการภายใน 15 นาที

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :93.00

ผลงาน :90.39


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
92.47

100 / 100
2
93.79

100 / 100
3
90.46

100 / 100
4
90.39

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นพื้นฐานภายใน 15 นาที จำนวน 2,689 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการ จำนวน 4,081 ราย คิดเป็นร้อยละ 65.89 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นภายใน 10 นาที จำนวน 1,092 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการทั้งหมด จำนวน 4,109 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.58

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นพื้นฐานภายใน 15 นาที จำนวน 7,101 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการ จำนวน 10,497 ราย คิดเป็นร้อยละ 67.65 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นภายใน 10 นาที 2,722 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการทั้งหมด จำนวน 10,415 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.14

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นพื้นฐานภายใน 15 นาที จำนวน 11,496 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการ จำนวน17,354 ราย คิดเป็นร้อยละ 66.24 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับบริการขั้นภายใน 10 นาที 4,181 ราย จำนวนผู้ป่วยที่ขอรับบริการทั้งหมด จำนวน 17,261 ราย คิดเป็นร้อยละ 24.22

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

- ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ให้ความสำคัญต่อการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (Advanced) และการบริการขั้นพื้นฐาน (Basic) สามารถได้รับบริการภายในเวลาที่กำหนด โดยมีผลสรุป ดังนี้ 1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงเพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ดำเนินการจัดให้มีชุดปฏิบัติการการแพทย์ตามโครงการฯ ทั้งสิ้น 8 จุดจอด ในปีงบประมาณ 2562 (เดือนตุลาคม 2561 – เดือนกรกฎาคม 2562) ดำเนินการให้บริการแยกตามจุดจอด ดังนี้ จุดจอดที่ 1 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดใต้ทางด่วนขั้นที่ 2 (ด่วนประชาชื่น) จุดจอดที่ 2 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดพุทธมณฑลสาย 1 เขตตลิ่งชัน ในพื้นที่โซน 1,3 จุดจอดที่ 3 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกรามอินทรา ในพื้นที่โซน 6,7 จุดจอดที่ 4 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดลาดพร้าว ในพื้นที่โซน 7,8,9 จุดจอดที่ 5 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดบางนา จุดจอดที่ 6 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดวัดเทพลีลา จุดจอดที่ 7 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดสำนักงานเขตทุ่งครุ จุดจอดที่ 8 ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการปฏิบัติงานตามโครงการบริเวณ จุดจอดคลองสามวา ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัลคุณภาพการให้บริการในระดับดีเด่นประเภทรายกระบวนงานในปี 2562 โดยมีดำเนินการให้บริการทั้งสิ้น 6,847 ครั้ง 2. โครงการขับขี่ปลอดภัย ดำเนินการจัดการอบรมโครงการขับขี่ปลอดภัยในกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 รุ่น จำนวนผู้เข้ารับการอบรม ดังนี้ รุ่นที่ 1 วันที่ 11-15 มีนาคม 2562 จำนวน 35 คน รุ่นที่ 2 วันที่ 27-31 พฤษภาคม 2562 จำนวน 35 คน รวมผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 70 คน ณ ห้องประชุมชั้น 2 และ 3 อาคารศูนย์เอราวัณ และสนามฝึกขับรถเอกชน ไอดี ไดร์เวอร์ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 3. การจ้างบุคลากรมาช่วยปฏิบัติราชการของศูนย์เอราวัณ ค่าจ้างบุคลากรมาช่วยปฏิบัติราชการของศูนย์เอราวัณดำเนินการจัดบุคลากรมาปฏิบัติงานเดือนกรกฎาคม 2562 จำนวน 3 ตำแหน่ง 70 อัตรา งบประมาณที่ใช้ไปทั้งหมด 10,338,380 บาท ได้แก่ - ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน จำนวน 24 คน - ค่าจ้างพนักงานรับแจ้งเหตุทางการแพทย์ จำนวน 33 คน - ค่าจ้างผู้จ่ายงานปฏิบัติการฉุกเฉิน จำนวน 13 คน รวมค่าจ้างบุคลากรมาช่วยปฏิบัติการของศูนย์เอราวัณ ประจำเดือนกรกฎาคม 2562 เป็นเงินทั้งสิ้น 1,104,290 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2562) สรุปผลการดำเนินงานศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ได้ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินนอกพื้นที่ จำนวนทั้งสิ้น 43,246 ครั้ง แบ่งเป็น - ดำเนินการออกปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (Advanced) จำนวน 21,694 ครั้ง - การออกปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน (Basic) จำนวน 21,552 ครั้ง แบ่งเป็น ผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉินที่ขอรับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง (Advanced) สามารถได้รับบริการภายใน 10 นาที จำนวน 5,229 ครั้ง คิดเป็น ร้อยละ 24.1 และส่วนของขั้นพื้นฐาน (Basic) สามารถได้รับบริการภายใน 15 นาที จำนวน 14,287 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 66.29

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(23) ผลสำเร็จในการซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัย (ความร่วมมือและข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

เป้าหมายที่ ๑.๖.๔ ประชาชนได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤต
ผลสำเร็จในการซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัย  (ความร่วมมือและข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :80.00

ผลงาน :100.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
0.00

100 / 100
4
100.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

1. จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เสนอให้พิจารณาโรงพยาบาลแม่โซนในเครือข่ายเป็นเจ้าภาพร่วมกับศูนย์เอราวัณในการดำเนินการจัดซ้อมแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2562 โดยมติที่ประชุมมอบหมายให้ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลเป็นเข้าภาพร่วมกับศูนย์เอราวัณในปีนี้ และดำเนินการจัดซ้อมแผนปฏิบัติการต่อไป 2.ประสานงานรายละเอียดเพื่อกำหนดหัวข้อการซ้อมแผนตามโครงการฯ และกำหนดแผนการดำเนินงานกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 3. ติดตามและประสานงานเพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ณ ห้องประชุมแพทยพัฒน์ชั้น 5 สำนักการแพทย์ อยู่ระหว่างเสนอหัวข้อการซ้อมต่อผู้บริหาร

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-1.อยู่ระหว่างเสนอหัวข้อการซ้อมต่อผู้บริหาร 2. ติดตามและประสานงานเพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ห้องประชุมแพทยพัฒน์ชั้น 5 สำนักการแพทย์ โดยวชิรพยาบาลได้เสนอหัวข้อการซ้อมต่อที่ประชุม และกำหนดจัดการซ้อมในช่วงเดือน สิงหาคม 2562 3. ติดตามและประสานงานกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครเพื่อกำหนดจัดการซ้อมแผนฯ ตามโครงการในช่วงเดือน สิงหาคม 2562

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-1.ติดตามและประสานงานกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครเพื่อกำหนดจัดการซ้อมแผนฯ ตามโครงการในช่วงเดือน สิงหาคม 2562 2.ประชุมหารือร่วมกับคณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการกำหนดการซ้อมแผนปฏิบัติการ โดยกำหนดวันหารือในวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ดำเนินการจัดโครงการระดมทรัพยากรในพื้นที่เพื่อพัฒนาความพร้อมทางการแพทย์ฉุกเฉินในเหตุสาธารณภัย ได้ดำเนินการ ดังนี้ สถานการณ์จำลองกรณี “อุบัติภัยหมู่ : เหตุชุมนุมเรียกร้องราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำของเกษตรกร” ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติเกียกกาย ภายใต้โครงการระดมทรัพยากร เพื่อพัฒนาความพร้อมทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัยตามมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินและการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ให้สอดคล้องแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี ประชาชนต้องได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤติทั้งในสถานการณ์ปกติหรือสาธารณภัยและภัยพิบัติ ซึ่งการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีความพร้อมปฏิบัติการเมื่อเกิดเหตุการณ์ มีความสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ ซึ่งจัดซ้อมในพื้นที่โซน 1 คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช เป็นแม่ข่ายของพื้นที่ โดยรับหน้าที่เป็นผู้ประสานสั่งการ ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลภายในพื้นที่โซน 1 และโซนข้างเคียง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดำเนินการ ดังนี้ - ดำเนินการประชุมเตรียมความพร้อมร่วมกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 - ดำเนินการจัดประชุมซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercise) ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 - ดำเนินการจัดประชุมซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercise) ครั้งที่ 2 และซ้อมแผนปฏิบัติการเฉพาะหน้าที่ (Functional Exercise) ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 - ดำเนินการซ้อมแผนปฏิบัติการเฉพาะหน้าที่ (Functional Exercise) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 - ดำเนินการซ้อมแผนปฏิบัติการเต็มรูปแบบ (Full Scale) เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 - ดำเนินการจัดการประชุมถอดบทเรียนการซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินในเหตุสาธารณภัยและภัยพิบัติ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562 - จัดทำสรุปรายงานผลการดำเนินงานโครงการ ปัญหา และอุปสรรครายงานต่อปลัดกรุงเทพมหานคร เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 สรุปผลการดำเนินงาน ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดซ้อมแผนในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเข้าร่วมซ้อมแผน จำนวน 20 หน่วยงาน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 100

** สรุปผลการดำเนินงาน **

มิติที่ ๓.๑ - ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ได้รับการดูแลอย่างครบวงจร

(24) ร้อยละของโรงพยาบาลกรุงเทพมหานครมีระบบเชื่อมโยงการดูแลรักษาผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงอย่างบูรณาการระหว่างระดับตติยภูมิ ทุติยภูมิ ปฐมภูมิ ทั้งในมิติสุขภาพและสังคม (ผลลัพธ์)
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๓.๑.๑ ผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถใช้ชีวิตได้สะดวก
ร้อยละของโรงพยาบาลกรุงเทพมหานครมีระบบเชื่อมโยงการดูแลรักษาผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงอย่างบูรณาการระหว่างระดับตติยภูมิ ทุติยภูมิ ปฐมภูมิ ทั้งในมิติสุขภาพและสังคม (ผลลัพธ์)

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :90.00

ผลงาน :100.00

ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
78.21

100 / 100
4
100.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

ได้มีการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามโครงการ กทม.ใส่ใจ ผู้สูงวัย หัวใจแกร่ง เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 เวลา 9.00-16.00 น. ณ โรงพยาบาลกลาง เพื่อชี้แจ้งแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงการถอดบทเรียนจากโรงพยาบาลที่ได้นำร่องโครงการเมื่อ ปี 2561 เยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ดังนี้ 1. โรงพยาบาลเลิดสิน วันที่ 4 ธ.ค.2561 เวลา 9.00 2. โรงพยาบาลวชิรพยาบาล วันที่ 4ธ.ค.2561 เวลา 13.00 3. โรงพยาบาลราชวิถี วันที่ 6 ธ.ค.2561 เวลา 9.00 4. โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี วันที่ 6 ธ.ค. 2561 เวลา 13.00

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-อยู่ระหว่างโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี ดำเนินงานโครงการ กทม.ใส่ใจ ผู้สูงวัย หัวใจแกร่ง ผลการดำเนินงาน ตัวชี้วัดที่ 1 ร้อยละของผู้สูงอายุที่รับบริการในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร มีความพึงพอใจในการรับบริการ ≥ 80 ผลการดำเนินงาน = ร้อยละ 98.47 ตัวชี้วัดที่ 2 ผู้สูงอายุที่ต้องการพึ่งพิงผู้อื่นปานกลางถึงพึ่งพิงทั้งหมดที่เข้าเงื่อนไขในการส่งต่อข้อมูลเพื่อการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน ≥ ร้อยละ 80 ผลการดำเนินงาน = ร้อยละ 88.89 ตัวชี้วัดที่ 3 ร้อยละผู้สูงอายุที่เข้าเงื่อนไขในการส่งต่อได้รับบริการครบทุกด้านตามบริการที่จำเป็น ≥ ร้อยละ 70 ผลการดำเนินงาน = ร้อยละ 88.89

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-จำนวนโรงพยาบาลกรุงเทพมหานครมีระบบเชื่อมโยงการฯ = 9โรงพยาบาล จากทั้งหมด 10 โรงพยาบาล จำนวนศูนย์บริการสาธารณสุขสังกัดกรุงเทพมหานครมีระบบเชื่อมโยงการฯ = 52 แห่ง จากทั้งหมด 68 แห่ง ดังนั้น ผลการดำเนินงานทั้งหมดคิดเป็น ร้อยละ 78.21

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ได้ดำเนินโครงการ กทม.ใส่ใจ ผู้สูงวัย หัวใจแกร่ง เพื่อเป็นการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยผู้สูงอายุที่เข้ามารับบริการในคลินิกผู้สูงอายุของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ โดยมีระบบเชื่อมโยงการดูแลรักษาผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง มีการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย และสำนักงานเขต โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการ คือ ๑. เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มารับบริการที่โรงพยาบาลกรุงเทพมหานครได้รับบริการที่มีคุณภาพ และต่อเนื่อง ครอบคลุมด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ๒. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวมและมีจิตใจที่พร้อมให้บริการ ๓. เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มารับบริการมีความประทับใจและมีความพึงพอใจ ในปี 2562 สำนักการแพทย์ได้ขยายการดำเนินโครงการฯ ไปยังโรงพยาบาลอื่นๆในสังกัด สำนักการแพทย์ จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาล เจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน และโรงพยาบาลคลองสามวา คิดเป็นร้อยละ 100 ผลการดำเนินงานในปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2562 มีดังนี้ 1. ร้อยละของผู้สูงอายุที่รับบริการในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร มีความพึงพอใจในการรับบริการ มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ผลการดำเนินงาน เท่ากับ ร้อยละ 95.14 2. บุคลากรทางการแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพได้รับการพัฒนาความรู้ด้านผู้สูงอายุ มากกว่า 1 ครั้ง/ปี มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ผลการดำเนินงาน เท่ากับ ร้อยละ 80.91 3. ผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิงผู้อื่นปานกลางถึงพึ่งพิงผู้อื่นทั้งหมด ที่เข้าเงื่อนไขในการส่งต่อได้รับการส่งต่อข้อมูลเพื่อการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ผลการดำเนินงาน เท่ากับ ร้อยละ 99.43 4. ร้อยละของผู้สูงอายุที่เข้าเงื่อนไขในการส่งต่อ ได้รับบริการครบทุกด้านตามบริการที่จำเป็น มากกว่าร้อยละ 70 ผลการดำเนินงาน เท่ากับ ร้อยละ 94.22

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(25) ร้อยละของผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุของสำนักการแพทย์ได้รับการคัดกรองสุขภาพหรือตรวจสุขภาพประจำปีเพิ่มขึ้น
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๓.๑.๓ ผู้สูงอายุได้รับการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ด
ร้อยละของผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุของสำนักการแพทย์ได้รับการคัดกรองสุขภาพหรือตรวจสุขภาพประจำปีเพิ่มขึ้น

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :20.00

ผลงาน :52.82


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
52.49

100 / 100
4
52.82

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสุขภาพให้กับผู้สูงอายุในชมรมผุ้สูงอายุในสังกัดสำนักการแพทย์

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสุขภาพให้กับผู้สูงอายุในชมรมผุ้สูงอายุในสังกัดสำนักการแพทย์

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-จำนวนสมาชิกชมรมผู้สูงอายุทั้งหมดที่ยังมีการติดต่อกับชมรมฯ ในช่วงเวลา 1 ปี เท่ากับ 684 คน จำนวนสมาชิกชมรมผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปี เท่ากับ 359 คน คิดเป็นร้อยละ 52.49

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ โดยจัดทำโครงการต่างๆเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ อาทิ การจัดกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุในโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนทัศนคติประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ประกอบกิจการงานเพื่อสังคมร่วมกัน และสำนักการแพทย์ได้ดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุที่อยู่ในชมรมผู้สูงอายุ โดยเป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ที่เข้าร่วมกิจกรรม ≥ 2 ครั้ง/ปี และสามารถติดต่อได้ ภายใน 1 ปี โดยดำเนินโครงการตรวจสุขภาพสมาชิกชมรมผู้สูงอายุประจำปี มีผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. โรงพยาบาลกลาง - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด 97 ราย - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเข้ารับการคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปี จำนวน 42 ราย สมาชิกผู้สูงอายุที่เข้ารับการตรวจสุขภาพคิดเป็น ร้อยละ 43.30 2. โรงพยาบาลตากสิน - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด 401 ราย - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเข้ารับการคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปี จำนวน 198 ราย สมาชิกผู้สูงอายุที่เข้ารับการตรวจสุขภาพคิดเป็น ร้อยละ 49.38 3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด 250 ราย - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเข้ารับการคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปี จำนวน 119 ราย สมาชิกผู้สูงอายุที่เข้ารับการตรวจสุขภาพคิดเป็น ร้อยละ 47.60 4. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด 150 ราย - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเข้ารับการคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปี จำนวน 125 ราย สมาชิกผู้สูงอายุที่เข้ารับการตรวจสุขภาพคิดเป็น ร้อยละ 83.33 5. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด 132 ราย - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเข้ารับการคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปี จำนวน 132 ราย สมาชิกผู้สูงอายุที่เข้ารับการตรวจสุขภาพคิดเป็น ร้อยละ 100 6. โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด 172 ราย - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเข้ารับการคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปี จำนวน 111 ราย สมาชิกผู้สูงอายุที่เข้ารับการตรวจสุขภาพคิดเป็น ร้อยละ 64.53 7. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด 150 ราย - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเข้ารับการคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปี จำนวน 42 ราย สมาชิกผู้สูงอายุที่เข้ารับการตรวจสุขภาพคิดเป็น ร้อยละ 28 8. โรงพยาบาลสิรินธร - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด 337 ราย - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเข้ารับการคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปี จำนวน 103 ราย สมาชิกผู้สูงอายุที่เข้ารับการตรวจสุขภาพคิดเป็น ร้อยละ 30.56 9. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด 100 ราย - สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเข้ารับการคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปี จำนวน 73 ราย สมาชิกผู้สูงอายุที่เข้ารับการตรวจสุขภาพคิดเป็น ร้อยละ 73 โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์มีสมาชิกในชมรมผู้สูงอายุทั้งหมด 1,789 ราย ได้รับการตรวจสุขภาพหรือตรวจสุขภาพประจำปี จำนวน 945 ราย คิดเป็นร้อยละ 52.82 นอกจากนี้ สำนักการแพทย์ได้ดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ ดังนี้ 1. โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ กลุ่มงานเวชศาสตร์ชุมชนและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ได้จัดทำโครงการการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ มีกลุ่มเป้าหมายคือสมาชิกชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร จำนวน 110 คน วัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกชมรมผู้สูงอายุมีความรู้ในการพัฒนาตนเองตามแนววิถีธรรมชาติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็นในด้านสุขภาพกายและจิตร่วมกัน โดยมีวิทยากรประกอบด้วย ทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสุขภาพในรูปแบบธรรมชาติบำบัด จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 - 19 กรกฎาคม 2562 ณ เวลเนสซิตี้ ตำบลช่างเหล็ก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กิจกรรม ประกอบด้วย การบรรยายเรื่องอาหาร 12 กลุ่ม เพื่อบำบัด NCDs การใช้อาหารเป็นยา การใช้ชีวิตเหนือธรรมชาติ 100 ปี ไม่มีป่วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมกลุ่ม การสาธิตรีดนมแพะ การปลูกผักอินทรีย์ การอบสมุนไพร และสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ สรุปผลการประเมินความรู้ก่อนและหลังอบรม พบว่า คะแนนก่อนอบรมเฉลี่ย 7.39 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 73.98 หลังการอบรม พบว่า มีค่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 9.19 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 91.93 ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก - มากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ 91.88 มีค่าคะแนนเฉลี่ย 4.69 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน 2. โครงการสัมมนาสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ สังกัดสำนักการแพทย์ โครงการนี้จัดขึ้นโดยโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกในชมรมผู้สูงอายุของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง และเพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ของผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างเครือข่ายของชมรมผู้สูงอายุระหว่างโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทั้ง 9 แห่ง โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 - 21 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านยายกะตา ณ สัทธา อุทยานไทย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผักและผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก และชมรมผู้สูงอายุสถานีอนามัย ตำบลท่าชุมพล จังหวัดราชบุรี มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 224 คน ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมของโครงการ มาก - มากที่สุด ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ผลการดำเนินงาน เท่ากับ ร้อยละ 87.8 3. โครงการประกวดสุขภาพผู้สูงอายุ สำนักการแพทย์ โครงการนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้สูงอายุตระหนักในความสำคัญของการดูแลสุขภาพและเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุของโรงพยาบาลในสังกัด สำนักการแพทย์ทั้ง 9 ชมรม และชมรมผู้สูงอายุจากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช ได้มีโอกาสประกอบกิจกรรมร่วมกัน เป็นการสร้างพลังกลุ่ม และให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน ทัศนคติและประสบการณ์ ซึ่งกันและกัน การประกวดสุขภาพผู้สูงอายุ ประจำปี 2562 จัดขึ้น ในวันที่ 3 เมษายน 2562 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมพี.เอ. ไนติงเกล และห้องประชุมเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ ชั้น 20 โรงพยาบาลกลาง โดยมีเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการประกวดสุขภาพผู้สูงอายุ สำนักการแพทย์ จำนวน 377 คน ประกอบด้วย สมาชิกชมรมผู้สูงอายุของโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ 9 แห่ง สมาชิกชมรมผู้สูงอายุจากคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และผู้ติดตามผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล คณะกรรมการประกวดสุขภาพผู้สูงอายุ สำนักการแพทย์ สรุปการประเมินผลตามตัวชี้วัดโครงการ กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 โดยมีผู้เข้าร่วม 320 คน จากเป้าหมาย 377 ราย คิดเป็นร้อยละ 84.88 ผู้สูงอายุมีความพึงพอใจอยู่ในระดับดี - ดีมาก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 โดยผู้สูงอายุมีความพึงพอใจอยู่ในระดับดี - ดีมาก คิดเป็นร้อยละ 91.2 4. โครงการกีฬาสัมพันธ์รักษ์สุขภาพผู้สูงอายุ สำนักการแพทย์ โครงการนี้จัดขึ้นโดยโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุทั้งด้านสุขภาพกาย จิตใจ สังคม ภูมิปัญญา และเพื่อเสริมสร้างทักษะในการดูแลสุขภาพ ซึ่งช่วยให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตแข็งแรง ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุออกกำลัง โดยเล่นกีฬาที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีปฏิสัมพันธ์ และให้ความสำคัญในการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมผู้สูงอายุ และทำให้เกิดความสามัคคีเป็นหมู่คณะ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย - ญี่ปุ่น (ดินแดง) อาคารกีฬาเวสน์ 2 โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 900 คน ประกอบด้วย สมาชิกชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ 9 แห่ง คณะกรรมการอำนวยการและดำเนินงาน และคณะกรรมการตัดสินการแข่งกีฬา ผลการดำเนินงาน โดยวัดจากแบบสอบถามความพึงพอใจจากผู้เข้าร่วมโครงการซึ่งทำการตอบแบบสอบถามทั้งหมด 763 คน จากผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 900 คนคิดเป็นร้อยละ 84.78 ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ มีความพึงพอใจในกิจกรรมอยู่ในระดับมาก – มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 96.2

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

(26) จำนวนคลินิกผู้สูงอายุที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน“คลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ”
[มิติที่ 1 : ตัวชี้วัดเจรจา]

เป้าหมายที่ ๓.๑.๓ ผู้สูงอายุได้รับการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ด
จำนวนคลินิกผู้สูงอายุที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน“คลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ”

หน่วยนับ :แห่ง

เป้าหมาย :9.00

ผลงาน :100.00


ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(แห่ง)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
100.00

100 / 100
4
100.00

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

ประชุมคณะกรรมการตรวจประเมินคลินิกผู้สูงอายุของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ไปเมื่อ วันที่ 9 พ.ย. 2561 เพื่อสรุปผลการตรวจประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ ประจำปี 2561 และวางแผนการตรวจประเมินคลินิกผู้สูงอายุในปี 2562

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-กำหนดตรวจประเมินคลินิกผุ้สูงอายุคุณภาพสำนักการแพทย์ปี 2562 ในช่วงเดือน กรกฎาคม - สิงหาคม 2562

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-คณะกรรมการตรวจประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพได้มีประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตรวจประเมินการดำเนินงานคลินิกผู้สูงอายุของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 พบว่า รพ.ในสังกัดสำนักการแพทย์ได้ผ่านการประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ ประจำปี 2562 ครบทั้ง 9 แห่ง เรียบร้อยแล้ว

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-กรุงเทพมหานครมีนโยบายในการดูแลผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร ให้ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี สำนักการแพทย์จึงได้จัดตั้งและพัฒนาคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพขึ้น ตั้งแต่ปี 2557 โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาระบบบริการแก่ผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมบริการแบบองค์รวมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้สำนักการแพทย์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จัดทำเกณฑ์การประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ เฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา พระบรมราชินีนาถ เพื่อพัฒนามาตรฐานคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพและสนับสนุนการจัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยเกณฑ์การประเมิน 20 ข้อ ดังนี้ 1. มีสถานที่ชัดเจนเป็นสัดส่วนในแบบการบริการผู้ป่วยนอก 2. สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ป้าย ราวจับ ทางลาด ห้องน้ำ บันได 3. เปิดบริการอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์และมีแพทย์รับผิดชอบ 4. พยาบาลที่ดำเนินงานเคยผ่านการฝึกอบรม เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ 5. ทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์ กายภาพบำบัด เภสัชกร เป็นต้น 6. รวบรวมจำนวน case geriatric syndrome ทุก 3 เดือน 7. Geriatric Assessment ; ADL 8. Geriatric Assessment ; cognitive Impairment 9. ประเมินความพึงพอใจของผู้สูงอายุที่มารับบริการที่คลินิกผู้สูงอายุ 10. บุคลากรที่ให้การดูแลผู้ป่วยในคลินิกผู้สูงอายุได้รับการฝึกอบรมอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง 11. คัดกรอง Incontinence 12. คัดกรอง Fall 13. คัดกรอง Malnutrition 14. คัดกรอง Depression 15. มีฐานข้อมูลผู้สูงอายุในเขตที่โรงพยาบาลรับผิดชอบ 16. ความครอบคลุมของ vaccine ไข้หวัดใหญ่ ในกลุ่มผู้สูงอายุ 17. งานวิชาการ / วิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุ / นำเสนอ presentation 18. นวัตกรรมเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 19. รับปรึกษาจากคลินิกอื่นหรือหอผู้ป่วยภายในโรงพยาบาล 20. แพทย์เฉพาะทางที่ออกตรวจในคลินิกผู้สูงอายุ เกณฑ์การประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ 2562 และแบ่งเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ - ระดับเงิน (S) ต้องได้คะแนนตั้งแต่ 17 คะแนนขึ้นไป - ระดับทอง (G) ต้องได้คะแนนตั้งแต่ 35 คะแนนขึ้นไป - ระดับเพชร (D) ต้องได้คะแนนตั้งแต่ 40 คะแนนขึ้นไป โรงพยาบาลในสังกัดทั้ง 9 แห่ง ผ่านเกณฑ์การประเมินคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพตามเกณฑ์ฯที่กำหนด คิดเป็นอัตราความสำเร็จร้อยละ 100 โดยผ่านคลินิกคุณภาพระดับเงิน (S) จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ 1. โรงพยาบาลกลาง 2. โรงพยาบาลตากสิน 3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 4. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ 5. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 6. โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร 7. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 8. โรงพยาบาลสิรินธร 9. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ผ่านคลินิกผู้สูงอายุระดับทอง (G) จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ในปี 2562 สำนักการแพทย์ได้จัดทำแนวทางการให้บริการผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานครร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 กรุงเทพมหานคร แบ่งเป็นการดำเนินงาน “คลินิกผู้สูงอายุครบวงจร” และ “คลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ” ซึ่งได้มีขยายการดำเนินงานไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาครัฐ/เอกชน รวมถึงศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย การดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพในการค้นพบโรคเรื้อรังในระยะเริ่มแรก ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเอง และดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ จำนวน 11 รายการ ดังนี้ 1. ซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์ 2. คัดกรองความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันตามแบบประเมิน ADL 3. ประเมินภาวะซึมเศร้า 2 คำถาม (2Q) 4. คัดกรองความบกพร่องทางการมองเห็น: ตรวจสายตา (Visual Acuity Test) 5. ประเมินความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน ด้วย OSTA index 6. ประเมินสมรรถภาพสมอง (Modified IQ CODE) 7. ประเมินภาวะโภชนาการ 8. ตรวจเลือดเพื่อเป็นข้อมูลในการคัดกรอง Geriatric ได้แก่ CBC, FBS, lipid profile, Creatinine 9. คัดกรองภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Incontinence) 10. คัดกรองภาวะหกล้ม (Fall) 11. การให้คำปรึกษากับผู้สูงอายุ เฉพาะที่คลินิกผู้สูงอายุครบวงจร ได้แก่ ด้านยา ด้านทันตกรรม ด้านอาหาร ด้านกายภาพบำบัด

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด

มิติที่ ๗.๓ - การบริหารทรัพยากรบุคคล

(27) ร้อยละของบุคลากรมีความพึงพอใจต่อองค์กรอยู่ในระดับดี
[มิติที่ 1 : ]

เป้าหมายที่ ๗.๓.๑ บุคลากรกรุงเทพมหานครเป็นผู้ปฏิบัติงานแบบมืออาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม และเป็นที่เชื่
ร้อยละของบุคลากรมีความพึงพอใจต่อองค์กรอยู่ในระดับดี

หน่วยนับ :ร้อยละ

เป้าหมาย :80.00

ผลงาน :88.47

ผลงานเทียบกับเป้าหมายรายไตรมาส

ไตรมาสที่
(1 - 4)
*ผลงาน*
(ร้อยละ)
*ผลประเมินตัวชี้วัด*
(* 2.1 / 2.2 *)
1
0.00

100 / 100
2
0.00

100 / 100
3
0.00

100 / 100
4
88.47

100 / 100

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 1

อยู่ระหว่างทอดแบบสอบถามความพึงพอใจให้กับบุคลากรในหน่วยงาน

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 2

-อยู่ระหว่างทอดแบบสอบถามความพึงพอใจให้กับบุคลากรในหน่วยงาน

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 3

-อยู่ระหว่างทอดแบบสอบถามความพึงพอใจให้กับบุคลากรในหน่วยงาน

รายงานผลฯ ไตรมาสที่ 4

-สำนักการแพทย์ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคลากร (Happy Work Place) ด้วยการเสริมสร้างความรัก ความผูกพัน ความเชื่อมั่นในองค์กร พัฒนาขวัญและกำลังใจแก่บุคลากร โดยส่วนราชการในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่งได้มีการจัดกิจกรรมแห่งความสุขครอบคลุมทั้ง 8 ด้าน แบ่งออกเป็นแต่ละด้าน ดังนี้ 1. ด้านสุขภาพดี Happy body มีการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่ กิจกรรมเต้นแอโรบิกเพื่อลด BMI กิจกรรมโยคะ 2. ด้านน้ำใจดี Happy heart มีการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น โครงการกิจกรรมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ การจัดกิจกรรมชมรมจิตอาสาทาสีรั้วโรงพยาบาลกลาง กิจกรรมจิตอาสาพาปลูกผักปลอดสารพิษและสวนสมุนไพรไว้ใช้ในโรงพยาบาล 3. ด้านผ่อนคลาย Happy relax มีการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น กิจกรรมสังสรรค์ วันปีใหม่ กิจกรรมมอบของขวัญและอวยพรวันเกิด 4. ด้านใฝ่รู้ดี Happy brain มีการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น กิจกรรมสร้างความมั่นคงและอุ่นใจในชีวิตโดยให้เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนสมาชิกใหม่ในการเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์กรุงเทพมหานคร กิจกรรมเสริมทักษะและพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (เรื่องการนิเทศตามโมเดลการโค้ชแบบเคลียร์ เรื่องเขียนข่าย เล่างาน สื่อสารองค์กร เรื่อง Vertigo เวียนศีรษะบ้านหมุน) กิจกรรมจัดบอร์ดส่งเสริมความสุขในองค์กร กิจกรรมต่างๆ ตามวันสำคัญ กิจกรรมอ่านเอาเรื่อง กิจกรรมประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลด้านสาธารณสุข 5. ด้านปลดหนี้ Happy money มีการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น โครงการเก็บหอมรอมริบ กิจกรรมผลิตน้ำยาล้างจานและสบู่เหลวล้างมือใช้ภายในโรงพยาบาล ฯลฯ 6. ด้านทางสงบ Happy soul มีการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น โครงการเทศน์มหาชาติการกุศล ฯลฯ 7. ด้านครอบครัวดี Happy family มีการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น กิจกรรมวันเด็ก ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่คู่นมแม่ โครงการบอกรักแม่ให้ดังกว่าเดิม 8. ด้านสังคมดี Happy society มีการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เช่น กิจกรรมกีฬาสีภายใน โครงการ Green Market กิจกรรม Happy Room กิจกรรมทำดีมีคนชม กิจกรรมเรื่องเล่าต้องห้ามพลาด กิจกรรมคัดเลือกบุคลากรดีเด่นประจำปี กิจกรรม Save and Clean โดยรูปแบบการบรรยายแบ่งออกเป็น เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว สมุนไพรกับสุขภาพเส้นผม พร้อมทั้งสาธิต และฝึกปฏิบัติให้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา รวมถึงการส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม ประชุม สัมมนาในโครงการฝึกอบรม/ประชุมวิชาการ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร และได้มีการทำแบบประเมินความพึงพอใจ ความรู้ ความเข้าใจและความเชื่อมั่นในศักยภาพของส่วนราชการ สังกัดสำนักการแพทย์ และทอดแบบประเมิน ให้ข้าราชการและลูกจ้างในส่วนราชการ รวบรวมสรุปผล ดังนี้ รพก. ร้อยละ 80.61 รพต. ร้อยละ 81.61 รพจ. ร้อยละ 87.80 รพท. ร้อยละ 87.08 รพว. ร้อยละ 69.54 รพล. ร้อยละ 71.17 รพร. ร้อยละ 81.71 รพส. ร้อยละ 88.39 รพข. ร้อยละ 89.50 รพค. ร้อยละ 62.85 สก. ร้อยละ 86.32 ศบฉ. ร้อยละ 85.18 สพบ. ร้อยละ 89.90 ความพึงพอใจอยู่ในระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 88.47

** สรุปผลการดำเนินงาน **

โครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนตัวชี้วัด